9 results
Search Results
Now showing 1 - 9 of 9
Publication Open Access Opioid modulation of GABA release in the rat inferior colliculus(2004) Walaiporn Tongjaroenbungam; Nopporn Jongkamonwiwat; Joanna Cunningham; Pansiri Phansuwan-Pujito; Hilary C Dodson; Andrew Forge; Piyarat Govitrapong; Stefano O Casalottiindicating that micro rather than delta or kappa opioid receptors mediate this action. [3H]GABA release was diminished by 16%, and this was not altered by the protein kinase C inhibitor bisindolylmaleimide I. Immunostaining of inferior colliculus cryosections... shows extensive staining for glutamic acid decarboxylase, more limited staining for micro opiate receptors and relatively few neurons co-stained for both proteins. CONCLUSION: The results suggest that micro-opioid receptor ligands can modifyPublication Open Access Solid phase synthesis of affinity label containing dynorphin a analogues assembled on PAL-PEG PS vs PAL-PS resins(1996) Leena Leelasvatanakij; ลีณา ลีลาศวัฒนกิจ; Aldrich Jane V.; เจน วี อัลดริชPublication Open Access การรักษาความเจ็บปวดเรื้อรังในผู้สูงอายุ(2562) ศิรสา เรืองฤทธิ์ชาญกุล; อรพิชญา ไกรฤทธิ์; Sirasa Ruangritchankul; Orapitchaya Krairit; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. ภาควิชาอายุรศาสตร์ประเภท ได้แก่ ยาแก้ปวดที่ไม่ใช่กลุ่มโอปิออยด์ (Nonopioid analgesics) ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (Opioid analgesics) และยาที่ส่งเสริมการระงับปวด (Adjuvant medications) โดยหลักการใช้ยาในผู้สูงอายุควรเริ่มด้วยปริมาณยาที่น้อยและพิจารณาปรับยาขึ้นอย่างช้าๆ นอกจาก... management for chronic pain is composed of 3 categories including nonopioid analgesics, opioid analgesics, and adjuvant medications. The strategies of pharmacological treatment in the elderly are consideration of start with a low dose and slow titrationPublication Open Access ปัจจัยทำนายความปวดในผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บก่อนจำหน่ายจากโรงพยาบาล(2563) อติภัทร พรมสมบัติ; สุพร ดนัยดุษฎีกุล; อรพรรณ โตสิงห์; จตุพร ศิริกุล; Atiphat Promsombut; Suporn Danaidutsadeekul; Orapan Thosingha; Jatuporn Sirikun; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลศัลยศาสตร์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลวัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาอำนาจการทำนายของความปวดแรกรับ ณ ห้องฉุกเฉิน ความรุนแรงของการบาดเจ็บ การใช้สารเสพติด และภาวะโรคร่วม ต่อความปวดในผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บก่อนจำหน่ายจากโรงพยาบาล รูปแบบการวิจัย: การวิจัยความสัมพันธ์เชิงทำนาย วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บที่เข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉิน และหอผู้ป่วยศัลยกรรมของโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิและตติยภูมิ ในจังหวัดสระบุรีและลพบุรี จำนวน 85 ราย เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินข้อมูลการบาดเจ็บและการรักษา แบบประเมินความรุนแรงของการบาดเจ็บ แบบประเมินการใช้สารเสพติด แบบประเมินภาวะโรคร่วม และแบบประเมินความปวดแบบย่อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัย: ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนความรุนแรงของความปวดก่อนจำหน่ายจากโรงพยาบาลระดับปานกลาง (gif.latex?\bar{X} = 4.53, SD = 1.30) คะแนนการรบกวนของความปวดระดับปานกลาง (gif.latex?\bar{X} = 5.42, SD = 1.52) ความปวดแรกรับ ณ ห้องฉุกเฉินระดับปานกลาง (gif.latex?\bar{X} = 6.82, SD = 1.99) ความรุนแรงของการบาดเจ็บระดับปานกลาง (gif.latex?\bar{X} = 12.46, SD = 4.84) มีการใช้สารเสพติดร้อยละ 55.30 มีภาวะโรคร่วมร้อยละ 18.80 ความรุนแรงของการบาดเจ็บและการใช้สารเสพติดสามารถทำนายความรุนแรงของความปวดในผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บก่อนจำหน่ายจากโรงพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (gif.latex?\beta = .373, p < .001, and gif.latex?\beta = .304, p < .001 ตามลำดับ) แต่ความปวดแรกรับ ณ ห้องฉุกเฉิน และภาวะโรคร่วมไม่สามารถทำนายได้ สรุปและข้อเสนอแนะ: ผลการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ความรุนแรงของการบาดเจ็บและการใช้สารเสพติดสามารถทำนายความปวดในผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บก่อนจำหน่ายจากโรงพยาบาล ดังนั้นพยาบาลควรตระหนักถึงความปวดเฉียบพลันและจัดการความปวดที่เหมาะสมในกลุ่มที่มีการบาดเจ็บรุนแรง และผู้ป่วยที่ใช้สารเสพติดPublication Open Access Comparison and optimization of chromatographic conditions for separation of cyclic analogues of Dynorphin A from linear by-products(1997) Leena Leelasvatanakij; ลีณา ลีลาศวัฒนกิจ; Seksiri Arttamangkul; เสกสิริ อาตมางกูร; Aldrich, Jane V.In this study, chromatographic conditions for the separation of the lactam analogue of dynorphin A (Dyn A)(1-13)NH2 cyclo[D-Asp(2),Orn(5)]Dyn A(1-13)NH2 from the tetramethylguanidinium by-product [D-Asp(2),Orn(Tmg)(5)]Dyn A(1-13)NH2 and linear peptide [D-Asp(2),Orn(5)]Dyn A(1-13)NH2 were compared. The by-product was obtained following the cyclization of the peptides with 2-(1-H-benzotriazo-1-yl)-1,1,3,3tetramethyluronium hexafluorophosphate. Two methods of high performance liquid chromatography, reverse phase and ion-exchange chromatography, were examined. A number of factors affected the resolutionand the elution profile of peptides, including the ion-pairing agent, the mobile phase pH and the organic solvent. These factors were varied to obtain optimum separation.Publication Open Access ประสบการณ์ความปวดและการจัดการกับความปวดในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม(2549) สมพร ชินโนรส; สุภาพ สุวรรณเวโช; นฤมล คชเสนี; Somporn Chinnoros; Suparp Suwannawacho; Narumol Kochssanee; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. ภาควิชาพยาบาลศาสตร์Publication Open Access การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดศีรษะหลังการเจาะน้ำไขสันหลัง(2561) ลิษา สังฆ์คุ้ม; ประทีป เลิศมงคลอักษร; Lisa Sangkum; Prateep Lertmongkonaksorn; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. ภาควิชาวิสัญญีวิทยาอาการปวดศีรษะหลังการเจาะน้ำไขสันหลัง (Post dural puncture headache, PDPH) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยหลังการบริหารยาชาเข้าช่องไขสันหลัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยทั้งในระยะเฉียบพลันและระยะยาว ได้แก่ ระยะเวลาการรักษาตัวภายในโรงพยาบาลยาวนานขึ้น ก่อให้เกิดการปวดศีรษะเรื้อรัง หรือมีเลือดออกภายในสมอง โดยอาการแสดงของผู้ป่วยมักมีอาการปวดศีรษะรุนแรงเมื่ออยู่ในท่านั่งหรือยืน และอาการจะบรรเทาลงเมื่อนอนราบ ปัจจุบันมีการศึกษามากมายเกี่ยวกับการรักษาด้วยเทคนิคหรือยาตัวใหม่ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ ได้แก่ การให้ยาโคซินโทรปิน (Cosyntropin) หรือการสกัดกั้นปมประสาท Sphenopalatine (Sphenopalatine ganglion nerve block) ซึ่งให้ผลการรักษาอยู่ในเกณฑ์ดีและอาจช่วยลดอัตราการบริหารเลือดเข้าสู่ช่องเหนือดูรา (Epidural blood patch, EBP) ซึ่งถือเป็นการรักษาที่อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ได้แก่ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือความพร่องทางระบบประสาท บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนกลไกการเกิดโรค เกณฑ์การวินิจฉัยอาการปวดศีรษะหลังการเจาะน้ำไขสันหลัง รวมถึงรวบรวมข้อมูลการรักษาที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ต่อไปPublication Open Access การศึกษาเปรียบเทียบอาการไม่พึงประสงค์ที่สัมพันธ์กับการให้สารละลายทางหลอดเลือดดำของยาเคมีบำบัดแพคลิแท็กเซิลระหว่างยาต้นแบบและยาสามัญ ในผู้ป่วยมะเร็งนรีเวช(2561) รัชดาพันธ์ ชัยโตษะ; วรพรรณ คำอยู่; ณัฐพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา; กฤษดา ไพรวัฒนานุพันธ์; Rachadapan Chaitosa; Worapun Kumyoo; Nathpong Israngura Na Ayudhya; Krissada Paiwattananupant; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาบทนำ: แพคลิแท็กเซิล (Paclitaxel) เป็นยาเคมีบำบัดที่มีการใช้อย่างแพร่หลายสำหรับการรักษามะเร็งนรีเวช และอาจส่งผลให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่สัมพันธ์กับการให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ โดยมีรายงานพบว่าสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากสารคลีโมฟอร์อีแอล (Cremophor EL, CrEL) ซึ่งเป็นตัวทำละลายยาแพคลิแท็กเซิล วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาเปรียบเทียบอาการไม่พึงประสงค์จากการให้สารละลายทางหลอดเลือดดำขณะรับยาแพคลิแท็กเซิลระหว่างกลุ่มที่รับยาต้นแบบและกลุ่มที่ได้รับยาสามัญ ในผู้ป่วยมะเร็งนรีเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี วิธีการศึกษา: การศึกษาย้อนหลังในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งนรีเวชที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยคัดเลือกจากผู้ป่วยที่รับยาแพคลิแท็กเซิลครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 จำนวน 446 คน แบ่งเป็น กลุ่มที่รับยาต้นแบบ และกลุ่มที่รับยาสามัญ จากนั้นเก็บข้อมูลอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นระหว่างการรักษาและนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ ผลการศึกษา: กลุ่มผู้ป่วยมะเร็งนรีเวชที่ได้รับยาต้นแบบ จำนวน 227 คน (51%) และกลุ่มที่รับยาสามัญ จำนวน 219 คน (49%) พบว่า มีอาการไม่พึงประสงค์ขณะให้สารละลายทางหลอดเลือดดำในผู้ป่วยมะเร็ง นรีเวช จำนวน 84 คน (18.83%) เป็นผู้ป่วยที่ได้รับยาต้นแบบ จำนวน 43 คน และผู้ป่วยที่ได้รับยาสามัญ จำนวน 41 คน โดยผู้ป่วยดังกล่าวมีอาการไม่พึงประสงค์ที่ไม่รุนแรง จำนวน 80 คน และอาการรุนแรง จำนวน 4 คน ซึ่งไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างการที่ใช้ยาทั้ง 2 กลุ่ม สรุป: อาการไม่พึงประสงค์ขณะให้ยาแพคลิแท็กเซิลโดยการให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ ไม่มีความแตกต่างกันระหว่างยาต้นแบบและยาสามัญ เมื่อใช้เป็นยาอันดับแรกในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งนรีเวชPublication Open Access บทบาทของโภชนบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งหูคอจมูก(2563) ชณิตา อุณหพิพัฒพงศ์; ดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร; Chanita Unhapipatpong; Daruneewan Warodomwichit; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. ภาควิชาอายุรศาสตร์; โรงพยาบาลขอนแก่น. กลุ่มงานอายุรกรรมมะเร็งหูคอจมูกมีการดำเนินของโรคและกระบวนการรักษาที่สามารถทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะทุพโภชนาการได้ อีกทั้งยังส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาไม่ต่อเนื่องและมีคุณภาพชีวิตแย่ลง ปัจจุบันมีเครื่องมือสำหรับคัดกรองและประเมินผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับโภชนบำบัดอย่างเหมาะสม เช่น ให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนอาหาร การเสริมอาหารทางการแพทย์ การให้อาหารเข้าทางเดินอาหาร หรือการให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ และเมื่อมีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด เช่น ภาวะท่อน้ำเหลืองบริเวณคอรั่ว (Chyle leakage) หรือภาวะรูรั่วจากคอหอยสู่ผิวหนัง (Pharyngocutaneous fistula) การดูแลทางโภชนาการที่ถูกต้องมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและรักษาภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเกี่ยวกับการให้สารอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน (Immunonutrients) ซึ่งมีประโยชน์ในการลดภาวะแทรกซ้อนจากการรักษามะเร็ง ดังนั้น การให้โภชนบำบัดที่เหมาะสมตั้งแต่ก่อนการรักษา ระหว่างรักษามะเร็ง และหลังเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการรักษา เป็นสิ่งสำคัญซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากสหสาขาวิชาชีพ
