Search Results

Now showing 1 - 10 of 28
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    อิทธิพลของความเครียด สถานภาพทางการเงิน การรับรู้ความรุนแรงของอาการและการรับรู้อุปสรรคต่อพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพในผู้ป่วยมะเร็งอุ้งเชิงกรานขณะได้รับรังสีรักษา
    (2559) วิจิตรา นุชอยู่; Wichittra Nootyoo; คนึงนิจ พงศ์ถาวรกมล; Kanaungnit Pongthavornkamol; อรวมน ศรียุกตศุทธ; Aurawamon Sriyuktasuth; จิราพร เสตกรณุกูล; Jiraporn Setakornnukul; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
    Purpose: To study health-promoting behaviors and the influences of stress, financial status, perceived severity of symptoms, and perceived barriers on health-promoting behaviors in pelvic malignancy patients undergoing radiation therapy. Design... be encouraged to adopt health-promoting behaviors in pelvic malignancy patients undergoing radiation therapy. Assessing their stress, helping them to manage the symptoms and reduce perceived barriers to practice of health-promoting behaviors would improve
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    ความเครียดปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเครียดและการจัดการความเครียดของตํารวจ
    (2557) ดวงรัตน์ วัฒนกิจไกรเลิศ; Doungrut Wattanakitkrileart; กลิ่นชบา สุวรรณรงค์; Klinchaba Suvarnarong; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลอายุรศาสตร์
    Purpose: The purpose of this research was to examine stress, factors influencing stress and stress management in police officers.Design: A correlational predictive study design.Methods: Participants consisted of 82 policemen in two... metropolitan police stations, Bangkoknoi District, Bangkok. The research instruments included a set of questionnaires of demographics, self-stress test, factors influencing stress, and stress management. Data were analyzed using descriptive statistics
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    เปรียบเทียบดัชนีมวลกาย ความเครียดเรื้อรัง ความแตกฉานทางสุขภาพ ความรับผิดชอบของผู้ป่วยและการรับรู้การดูแลแบบบุคคลเป็นศูนย์กลางระหว่างผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะซ้ำและผู้ที่ไม่เป็นซ้ำ
    (2559) ธิมาภรณ์ ซื่อตรง; Thimaporn Suetrong; สุพร ดนัยดุษฎีกุล; Suporn Danaidutsadeekul; นภาพร วาณิชย์กุล; Napaporn Vanitkun; ตรี หาญประเสริฐพงษ์; Tree Hanprasertpong; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์; จังหวัดอุบลราชธานี. โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
    Purposes: To compare body mass index, chronic stress, health literacy, patient engagement and perception of person-centred care between recurrent and non-recurrent urolithiasis patients. Design: Comparative descriptive research design. Methods...: The samples consisted of patients with urolithiasis after complete removal of stone at least six months, 150 recurrent and 150 non-recurrent. Data were collected using 5 questionnaires: Personal data record form, Perceived Stress scale, Health Literacy
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสุขภาวะทางจิตใจในผู้ป่วยที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
    (2563) วราภรณ์ ภูคา; นพพร ว่องสิริมาศ; วารีรัตน์ ถาน้อย; Waraporn Phuca; Nopporn Vongsirimas; Wareerat Thanoi; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชศาสตร์
    of Psychological Well-Being (SPWB), the Stress Test questionnaire, the brief COPE Inventory-Thai version, the Connor - Davidson Resilience Scale (10-Item CD-RISC), and the Multidimensional Scale Perceived Social Support (MSPSS). Data analysis was performed using....95). The mean psychological well-being scores was 72.78 (SD = 8.69). According to the Pearson correlation coefficients, three factors including stress (r = - .32), resilience (r = .46) and perceived social support (r = .20) were correlated with psychological
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    Factors Related to Quality of Life among Patients with Brain Tumors
    (2017) Nguyen Thi Nghe; วัลย์ลดา ฉันท์เรืองวณิชย์; Wallada Chanruangvanich; อรพรรณ โตสิงห์; Orapan Thosingha; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลศัลยศาสตร์
    ) the Hamilton Anxiety Rating Scale (HAM-A), and 4) the Functional Assessment of Cancer Therapy-Brain (FACT-Br). Spearman’s Rho was employed to test the relationship among studied variables. Main findings: The findings revealed that symptom distress... the Hamilton Anxiety Rating Scale (HAM-A), และ 4) แบบสอบถามอาการรบกวน the Functional Assessment of Cancer Therapy-Brain (FACT-Br) วิเคราะห์หาความสัมพันธ์ด้วยสถิติ Spearman’s Rho ผลการวิจัย: อาการรบกวนและความวิตกกังวลมีความสัมพันธ์เชิงลบกับคุณภาพชีวิต
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    การบําบัดการรู้คิดและปรับพฤติกรรมเพื่อลดอาการของโรควิตกกังวลในวัยรุ่น: การพยาบาลตามหลักฐานเชิงประจักษ์
    (2557) ศิริกาญจน์ โภคะสวัสดิ์; Sirikan Phokhasawadi; อทิตยา พรชัยเกตุ โอว ยอง; Atittaya Pornchaikate Au Yeong; อติรัตน์ วัฒนไพลิน; Atirat Wattanapailin; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์; จังหวัดนนทบุรี. โรงพยาบาลบางบัวทอง
    Purpose: To synthesize the evidence related to cognitive behavior therapy to reduce symptoms of anxiety disorders among adolescents.Design: A systematic review of the literature relevant to the area of interest was performed. The research evidence... analysis, synthesis, and summary of the evidence, the recommendations were proposed. Main findings: The appropriate form of cognitive behavior therapy (CBT) to reduce symptoms of anxiety disorder for children and adolescents is either
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    ผลของโปรแกรมพัฒนาทักษะการเผชิญความเครียดต่อภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นตอนต้น
    (2554) อติรัตน์ วัฒนไพลิน; Atirat Wattanapailin; ลลนา ประทุม; Lalana Pratum; ยาใจ สิทธิมงคล; Yajai Sitthimongkol; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชศาสตร์; วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี. อาจารย์
    with skills to deal with negative thought as well as various stress management skills to enable them to effectively cope with stress and prevent them from depression.
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    ประสบการณ์ และการเตรียมความพร้อมในภาวะภัยพิบัติน้ำท่วมของผู้ป่วยเรื้อรังและญาติผู้ดูแลในประเทศไทย
    (2558) จงจิต เสน่หา; Chongjit Saneha; วันเพ็ญ ภิญโญภาสกุล; Wanpen Pinyopasakul; วาสินี ชาญศรี; Wasinee Charnsri; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
    วัตถุประสงค์: ศึกษาประสบการณ์ผู้ป่วยเรื้อรังและญาติผู้ดูแลระหว่างภาวะภัยพิบัติน้ำท่วม การเตรียมความพร้อมในภาวะน้ำท่วมที่ผ่านมา และการเตรียมความพร้อมในภาวะภัยพิบัติน้ำท่วมในอนาคต รูปแบบการวิจัย: การวิจัยด้วยวิธีผสมผสานเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเรื้อรังที่เป็นโรคเบาหวานและหรือความดันโลหิตสูงจำนวน 30 คน และ ญาติผู้ดููแล 30 คน อาศัยใน 2 ชุมชนเมืองในประเทศไทย เก็บข้อมูลระหว่างเดือน กรกฏาคม ถึง ตุลาคม พ.ศ. 2556 เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคล แบบสอบถามการเตรียมความพร้อมในภาวะภัยพิบัตินํ้าท่วม และสัมภาษณ์แบบกลุ่ม ข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์โดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์โดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย: คะแนนเฉลี่ยการเตรียมความพร้อมในภาวะภัยพิบัตินํ้าท่วมของผู้ป่วยเรื้อรัง (M = 5.40, SD = 4.24) และญาติผู้ดูแล (M = 6.56, SD = 4.65) บ่งชี้ว่ามีการเตรียมความพร้อม อยู่ในระดับต่ำ ทั้งผู้ป่วยเรื้อรัง และญาติผู้ดูแลมีประสบการณ์ลำบากทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจระหว่างน้ำท่วม ส่วนใหญ่กังวลเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจและบ้านพักอาศัย มากกว่าการจัดการโรคและภาวะสุขภาพ หกประเด็นที่ปรากฏจากการสัมภาษณ์ได้แก่ การเตรียมสำหรับภัยธรรมชาติและการจัดการการเจ็บป่วย การจัดการสุขภาพ การตอบสนองทางอารมณ์ ความต้องการการช่วยเหลือประคับประคองทางด้านร่างกาย และจิตใจ การมีส่วนร่วมของชุมชน และการเตรียมความพร้อมในอนาคตสำหรับการจัดการตนเอง นอกจากนี้ผู้ป่วยและญาติส่วนใหญ่ต้องการให้ผู้นำชุมชนในท้องถิ่นมีการจัดการแหล่งประโยชน์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภัยพิบัติน้ำท่วมในอนาคต สรุป และข้อเสนอแนะ: ผู้ป่วยและญาติยังขาดการเตรียมความพร้อมสำหรับภัยพิบัติน้ำท่วม ทั้งนี้ การสนับสนุนด้านข้อมูลและการช่วยเหลือประคับประคองด้านจิตใจจากพยาบาลเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อการเตรียมพร้อมที่ดีขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ผู้ป่วย และญาติทุกคนรวมทั้งชุมชนสร้างความเข้มแข็งในการจัดการภาวะภัยพิบัติ และพัฒนากลวิธีการเตรียมความพร้อมอย่างมีประสิทธิภาพ
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    ผลของรูปแบบการจัดการอาการต่อระยะเวลาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในผู้สูงอายุสตรี
    (2556) จันทนา รณฤทธิวิชัย; Chantana Ronnarithivichai; รัชนี ศุจิจันทรรัตน์; Rachanee Sujijantararat; สมจินต์ เพชรพันธุ์ศรี; Somjin Petchpansri; ถนอมขวัญ ทวีบูรณ์; Thanomkwan Thaweeboon; พิชัย ศุจิจันทรรัตน์; Phichai Sujijantararat; นิตยา มีหาดทราย; Nittaya Meehadsai; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์
    studyMethods: Thirty female aged ≥ 60 years old living in a community and had urinary incontinencecategorized into three groups (stress, urge, and mixed incontinence) with 10 each were recruited into thestudy. Instruments included 1) interviewing
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    การนวดเต้านมเพื่อส่งเสริมและแก้ไขปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ : การปฏิบัติพยาบาลตามหลักฐานเชิงประจักษ์
    (2563) ศศิธารา น่วมภา; พรนภา ตั้งสุขสันต์; วาสนา จิติมา; กันยรักษ์ เงยเจริญ; Sasitara Nuampa; Pornnapa Tangsuksan; Vasana Jitima; Gahnyarak Nguycharoen; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
    แม้ประโยชน์จากการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก แต่อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนของประเทศไทยยังคงต่ำกว่าเป้าหมายของประเทศและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่มาก ปัญหาที่พบบ่อยเกิดจากการมีปริมาณน้ำนมน้อย และปัญหาที่เกิดจากเต้านม ได้แก่ อาการเจ็บเต้านม เต้านมคัดตึง เต้านมอักเสบ หรือท่อน้ำนมอุดตัน นับเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้มารดาล้มเลิกการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เร็ว การนวดเต้านมเป็นทางเลือกหนึ่งของวิธีการช่วยสร้างน้ำนมและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นวิธีการที่มีความเสี่ยงต่ำ จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่า การนวดเต้านมมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการไหลและเพิ่มปริมาณน้ำนม ลดอาการเจ็บเต้านม ลดอาการเต้านมคัดตึง และลดอาการท่อน้ำนมอุดตัน แต่ไม่สามารถสรุปได้ว่าวิธีการใดมีประสิทธิภาพมากที่สุด สำหรับการปฏิบัติทางคลินิกนั้น การนวดเต้านมและการระบายน้ำนมเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาชั่วคราวเท่านั้น พยาบาลจึงควรให้ความสำคัญในการป้องกันการเกิดปัญหาด้วยการสร้างแนวการประเมินคัดกรองกลุ่มเสี่ยง ให้ความรู้และฝึกทักษะที่จำเป็นต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหา และเน้นย้ำการนำทารกดูดนมแม่จากเต้า รวมทั้งควรมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในระยะยาว