Search Results

Now showing 1 - 5 of 5
  • Item
    รายการ ศิริราช The Life ซีรีย์ เจาะ DNA หมอ ตอนที่ 4 SiTEC ศูนย์ฝึกอบรมทักษะหัตถการทางการแพทย์ศิริราช
    สถานีโทรทัศน์ Mahidol Channel; มหาวิทยาลัยมหิดล. สำนักงานอธิการบดี
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    การสังเคราะห์ความรู้จากบทคัดย่องานวิจัย R2R (Service Plan) สาขา 5 สาขาหลัก (สูติ-ศัลย์-MED-เด็ก-ออร์โธ)
    (2559) มาศโมฬี จิตวิริยธรรม; มหาวิทยาลัยมหิดล. ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก. งานการศึกษา วิจัยและวิชาการ
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    ผลของรูปแบบการส่งเสริมความร่วมมือในการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านผนังทรวงอกในผู้ป่วยเด็กอายุ 6 เดือน - 3 ปี ต่อการใช้ยา Chloral Hydrate
    (2558) วิภาวิน วัฒนะประการชัย; Wiphawin Watthanaprakarnchai; ปวีณา จึงสมประสงค์; Paweena Chungsomprasong; กาญจนา หวานสนิท; Kanchana Wansanit; สุธีรา พฤทธิ์ไพศาล; Suteera Phrudprisan; ศิรินธร ถือแก้ว; Sirinthorn Thou-Kaw; อัครินทร์ นิมมานิตย์; Akarin Nimmannit; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. โรงพยาบาลศิริราช
    ทดลอง วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 3 ปี ที่มารับการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านผนังทรวงอกที่โรงพยาบาลศิริราช เลือกกลุ่มตัวอย่างตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 133 ราย สุ่มเข้าศึกษาแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มควบคุม... จำนวน 66 ราย ได้รับการดูแลตามมาตรฐาน กลุ่มทดลองจำนวน 67 ราย ได้รับรูปแบบการส่งเสริมความร่วมมือในการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านผนังทรงอกโดยให้ข้อมูลเสมือนการตรวจจริงผ่านกิจกรรมการเล่นและการเบี่ยงเบนความสนใจผู้ป่วยเด็ก แพทย์ผู้ตรวจเป็นผู้
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    การพัฒนารูปแบบการรับส่งเวรการพยาบาลแบบมีส่วนร่วมของหอผู้ป่วยจักษุ โสต ลาริงซ์ และนาสิก ณ โรงพยาบาลตติยภูมิแห่งหนึ่ง
    (2565) ธัญยรัชต์ องค์มีเกียรติ; นันทกานต์ มณีจักร; รัตติกาล พรหมพาหกุล; วรรณฤดี เชาว์อยชัย; เปรมจิตร์ จวบความสุข; Thanyarat Ongmekiat; Nantakarn Maneejak; Ruttikarn Prompahakul; Wanrudee Chaoayachai; Premjit Joubkhawmsuk; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
    วัตถุประสงค์: 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการรับส่งเวรการพยาบาลแบบมีส่วนร่วม 2) เพื่อประเมินผลการรับรู้ของพยาบาลจากการใช้รูปแบบการรับส่งเวรการพยาบาลแบบมีส่วนร่วม และ 3) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลของการรับส่งเวรการพยาบาลแบบมีส่วนร่วมในระยะก่อนและหลังการใช้รูปแบบ รูปแบบการวิจัย: ระยะที่ 1 เป็นการพัฒนารูปแบบการรับส่งเวรการพยาบาลแบบมีส่วนร่วมด้วยวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ระยะที่ 2 เป็นระยะทดลองใช้รูปแบบการรับส่งเวรการพยาบาลแบบมีส่วนด้วยวิธีการวิจัยกึ่งทดลองแบบศึกษากลุ่มเดียวก่อนและหลังการทดลอง วิธีดำเนินการวิจัย: เลือกตัวอย่างแบบเจาะจง ได้พยาบาลวิชาชีพจากหอผู้ป่วยจักษุ โสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา จำนวน 8 แห่ง ของโรงพยาบาลระดับตติยภูมิแห่งหนึ่ง จำนวน 40 คน ประกอบด้วยระดับผู้บริหาร ระดับหัวหน้าเวร และระดับปฏิบัติการ ระยะก่อนพัฒนารูปแบบ ศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาด้วยแบบประเมินและการอภิปรายกลุ่ม ระยะระหว่างพัฒนารูปแบบ ดำเนินการสนทนากลุ่ม ร่วมออกแบบและทดลองใช้การรับส่งเวรรูปแบบใหม่ ระยะหลังพัฒนา เป็นการประเมินผลการใช้รูปแบบการรับส่งเวรที่พัฒนาด้วยการตอบแบบประเมิน อภิปรายกลุ่ม และการสังเกตการณ์ ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ประสิทธิผลก่อนและหลังการใช้รูปแบบการรับส่งเวรการพยาบาลแบบมีส่วนร่วมวิเคราะห์ด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติ paired t-test และสถิติ Wilcoxon signed ranks test ผลการวิจัย: การพัฒนารูปแบบรับส่งเวรการพยาบาลแบบมีส่วนร่วม มีองค์ประกอบดังนี้ 1) โครงสร้างข้อมูลและแบบบันทึกตรวจเช็คการรับส่งเวร 2) กระบวนการรับส่งเวร 3) การจัดการสภาพแวดล้อมระหว่างรับส่งเวร 4) การพัฒนาศักยภาพของผู้ส่งเวร ผลการรับรู้ของพยาบาลในด้านคุณภาพของข้อมูล และด้านปฏิสัมพันธ์และการสนับสนุนต่อกระบวนการรับส่งเวรก่อนและหลังการใช้รูปแบบการรับส่งเวรการพยาบาลแบบมีส่วนร่วมมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การรับส่งเวรรูปแบบใหม่ช่วยลดผลิตภาพ และลดอุบัติการณ์ในการรับใหม่ จำหน่าย และส่งผู้ป่วยล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปและข้อเสนอแนะ: รูปแบบการรับส่งเวรการพยาบาลแบบมีส่วนร่วมช่วยลดผลิตภาพและลดการเกิดอุบัติการณ์หรือความล่าช้าทางคลินิกได้ ควรสนับสนุนให้มีการนำไปปรับใช้ในหอผู้ป่วยอื่นและนำไปบูรณาการในการเรียนการสอนนักศึกษาพยาบาลในรายวิชาปฏิบัติเกี่ยวกับการเป็นผู้นำทีมพยาบาล
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    การดูแลผู้ป่วยสูงอายุที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาลอย่างครบวงจรและต่อเนื่อง: การดูแลระยะเปลี่ยนผ่านจากโรงพยาบาลสู่บ้าน
    (2556) ประคอง อินทรสมบัติ; สุปรีดา มั่นคง; สมทรง จุไรทัศนีย์; สุลักษณ์ วงศ์ธีรภัค; วิลาวัณย์ ประสารอธิคม; ปาริชาติ พรสวัสดิ์ชัย; นิชธิมา เสรีวิชยสวัสดิ์; Prakong Intarasombat; Supreeda Monkong; Somsong Churaitatsanee; Suluck Vongterapak; Wilawan Prasanaikom; Parichart Pronsawatchai; Nitchatima Sereewichayasawad; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี
    การวางแผนจำหน่ายอย่างเป็นระบบเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลผู้ป่วยสูงอายุที่รับไว้รักษาใน โรงพยาบาล เพื่อให้ผู้ป่วยสูงอายุและญาติผู้ดูแลเกิดความมั่นใจว่าในระยะเปลี่ยนผ่านจากโรงพยาบาลสู่บ้านมี ความปลอดภัย วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้ เพื่อพัฒนาโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยสูงอายุระยะเปลี่ยนผ่านจาก โรงพยาบาลสู่บ้าน การศึกษาแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์การดูแลผู้ป่วยสูงอายุอย่างต่อเนื่องจาก โรงพยาบาลสู่บ้าน ประกอบด้วย การทบทวนเวชระเบียนผู้ป่วยสูงอายุที่ได้รับการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน จำนวน 100 ฉบับ และการสนทนากลุ่ม 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ กลุ่มญาติผู้ดูแล จำนวน 7 ราย กลุ่มที่สองคือ กลุ่มเจ้าหน้าที่ พยาบาล จำนวน 10 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล และสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยายและการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างจากการทบทวน วรรณกรรม ร้อยละ 89 ต้องการการดูแลระยะยาว กลุ่มตัวอย่างญาติผู้ดูแลต้องเรียนรู้การดูแลผู้ป่วยสูงอายุที่บ้าน ให้ปลอดภัย กลุ่มตัวอย่างพยาบาลต้องการมาตรฐานการดูแลในระยะเปลี่ยนผ่านเพื่อการสื่อสารข้อมูลที่มี ประสิทธิภาพและครบถ้วน ระยะที่ 2 พัฒนาโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยสูงอายุระยะเปลี่ยนผ่านจากโรงพยาบาลสู่ บ้าน โดยนำข้อมูลที่สังเคราะห์ได้ในระยะที่ 1 ร่วมกับการทบทวนวรรณกรรมมาพัฒนาโปรแกรมการดูแล รับฟัง ข้อคิดเห็นจากกลุ่มผู้บริหาร จำนวน 10 ราย และกลุ่มพยาบาลผู้ปฏิบัติ จำนวน 50 ราย เพื่อนำมาปรับปรุงให้ เหมาะสมกับการนำไปปฏิบัติ โปรแกรมการดูแลผู้ป่วยสูงอายุระยะเปลี่ยนผ่านจากโรงพยาบาลสู่บ้าน ประกอบด้วย การระบุผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเข้ารับการรักษาซ้ำ มาตรฐานและกระบวนการวางแผนจำหน่าย และการส่งต่อ มีพยาบาล เป็นผู้ประสานงานการวางแผนจำหน่าย และมีสมุดบันทึกสุขภาพเป็นเครื่องมือสื่อสารเพื่อให้เกิดการดูแลอย่าง ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยสูงอายุระยะเปลี่ยนผ่านจากโรงพยาบาลสู่บ้าน ควรนำไปทดลอง ใช้ในคลินิกเพื่อทดสอบความเป็นไปได้และผลลัพธ์ในลำดับต่อไป