MB-Article
Permanent URI for this collectionhttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/133
Browse
Recent Submissions
Publication Open Access การใช้ภาพยนตร์ประกอบการอภิปรายส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาไทยการเขียนเชิงสร้างสรรค์และความคิดวิจารณญาณ : กรณีศึกษานักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี(2564) วิระวัลย์ ดีเลิศ; จันทรัตน์ ภคมาศ; ปณัฐ อนุรักษ์ปรีดา; Wirawan Deelert; Chantarat Pakamash; Panat Anuracpreeda; มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี. คณะศิลปศาสตร์. สาขาวิชาภาษาไทย; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล. กลุ่มสาขาวิชาชีววิทยาศาสตร์การเกษตรระดับโมเลกุลการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถในการอ่านภาษาไทยและการเขียนภาษาไทยเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาหลังการเรียนในแต่ละแผนการสอน และเปรียบเทียบความคิดวิจารณญาณของนักศึกษาก่อนและหลังการเรียนโดยการใช้ภาพยนตร์ประกอบการอภิปราย ประชากรเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ภาคเรียน 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 119 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการสอน วิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารโดยการใช้ภาพยนตร์ประกอบการอภิปราย จำนวน 3 แผน แผนละ 1 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบความสามารถในการอ่านภาษาไทย แบบทดสอบความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ และแบบวัดความคิดวิจารณญาณ การทดลองดำเนินการโดยการทดสอบความสามารถในการอ่านภาษาไทย การทดสอบความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี หลังการเรียนในแต่ละแผนการสอน และการวัดความคิดวิจารณญาณของนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ก่อนและหลังการเรียนโดยการใช้ภาพยนตร์ประกอบการอภิปราย จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี มีความสามารถในการอ่านภาษาไทย หลังการเรียนโดยการใช้ภาพยนตร์ประกอบการอภิปราย ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ไปถึงร้อยละ 84.25 อยู่ในระดับดี 2. นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี มีความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ หลังการเรียนโดย การใช้ภาพยนตร์ประกอบการอภิปราย ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ไปถึงร้อยละ 83.68 อยู่ในระดับดีมาก 3. มีความคิดวิจารณญาณสูงขึ้น หลังการเรียนโดยการใช้ภาพยนตร์ประกอบการอภิปรายPublication Open Access The effect of methamphetamine-induced neurodegeneration and psychiatric disorders on cognitive impairment in methamphetamine abusers in Thailand(2019) Jirapa Chetsawang; Sutisa Nudmamud-Thanoi; Natcharee Kraiwattanapirom; Vorasith Siripornpanich; Weerapon Unharasamee; Banthit Chetsawang; จิรภา เจตน์สว่าง; สุทิสา นุดมาหมัด-ถาน้อย; ณัชชารีย์ ไกรวัฒนภิรมย์; วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์; วีรพล อุณหรัศมี; บัณฑิต เจตน์สว่าง; Mahidol University. Institute of Molecular Biosciences. Research Center for NeuroscienceMethamphetamine (METH) has been found to be one of the leading causes of neurotoxicity in the brain and psychosis. The present study aimed to investigate the interactive effect of METH on capacities for cognition. The higher cognitive functions were determined in METH users with (n = 16) and without psychosis (n = 16) and normal-control subjects (n = 16). The results showed a significant decrease in the scores of Thai Mental State Examination and increase in Brief Psychiatric Rating Scale in METH users with psychotic symptoms compared with control subjects. Completed blood count (CBC) analysis showed a significant decrease in the number of red blood cells, the levels of hemoglobin and mean corpuscular hemoglobin concentration (MCHC) but a significant increase in the number of basophils of METH users without psychotic symptoms compared with control subjects. The levels of low-grade systemic inflammatory biomarker, C-reactive proteins was significantly decreased in METH users with psychotic symptoms compared with control subjects. The higher cognitive functions was investigated using executive function (EF) tests including go/no-go task, one back task, Wisconsin Card Sorting Test and Stroop task. The METH users exhibited poor EF performance compared to controls such as attention, set shifting, working memory and speed of processing. This finding may emphasize that neurocognitive deficits associated with METH abuse may result from some neurodegenerative changes occurred in the brPublication Open Access แนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาเพื่อการพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุน(2560) ณัฏฐณิชย์ ศรีมาเสริม; ญาดา ก่อวงษ์; Natthanit Srimaserm; Yada Kowong; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุลเทคโนโลยีการศึกษาเป็นเครื่องมือสื่อสารสำคัญในการสร้างสารสรเทศที่ครอบคลุมทั้งด้านการเรียน (Learning) และการสอน (Teaching) ให้เกิดการเรียนรู้จากการใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่มีความสะดวกเป็นสำคัญ บทความนี้ผู้เขียนมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการศึกษาให้มีประสิทธิผลเพื่อนำไปใช้ในการพัมนาศักยภาพของบุคลากรในองค์การ โดยนำหลักการออกแบบและเลือกใช้เทคโนโลยีการศึกษาให้เหมาะสมกับสภาพของแต่ละองค์การ เพื่อทำให้การพัฒนาบุคลากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเมื่อบุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพทั้งทางด้านความรู้และความเข้าใจมากขึ้นแล้ว จะช่วยกระตุ้นให้นำไปใช้ในการพัมนางานที่รับผิดชอบให้มีความก้าวหน้าได้อย่างเหมาะสม เพื่อผลประโยชน์ต่อตนเอง องค์การ สังคม เศรษฐกิจ และประเทศชาติ ต่อไปPublication Open Access วัฒนธรรมองค์การที่ส่งผลต่อสมรรถนะหลักของบุคลากร สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล(2560) เชาวนี พันธุ์ลาภะ; Chaowanee Phanlapa; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุลการศึกษาวิจัยเรื่อง วัฒนธรรมองค์การที่ส่งผลต่อสมรรถนะหลักหลักของบุคลากรสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล จะช่วยให้เข้าใจถึงพฤติกรรมและการประพฤติปฏิบัติของคนในองค์การได้ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นวิธีหนึ่งที่จะเพิ่มความเข้าใจคนในองค์การและนำมาสร้างสรรค์การพัฒนาองค์การได้ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบวัฒนธรรมองค์การ ประเมินสมรรถนะหลักของบุคลากร และศึกษาวัฒนธรรมองค์การที่มีผลต่อสมรรถนะหลักของบุคลากรสถาบันชีววิทยาสาสตร์โมเลกุล โดยกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาครั้งนี้เป็นบุคลากรทุกประเภทที่สังกัดสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาละยมหิดล จำนวน 82 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression) ในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม ผลการวิจัยพบว่า 1) สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มีวัฒนธรรมองค์การลักษณะสร้างสรรค์มากที่สุด รองลงมาคือ วัฒนธรรมองค์การลักษณะตั้งรับ-เฉื่อยชา และวัฒนธรรมองค์การลักษณะตั้งรับ-ก้าวร้าว ตามลำดับ 2) บุคลากรของสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มีสมรรถนะหลักด้านความรับผิดชอบในงานมากที่สุด รองลงมา คือ ความยึดมั่นในคุณธรรม การทำงานเป็นทีม การมุ่งผลสัมฤทธิ์ และวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ ตามลำดับ 3) วัฒนธรรมองค์การที่มีความสัมพันธ์กับสมรรถนะหลักของบุคลากรสถาบันฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มากที่สุด คือ วัฒนธรรมองค์การลักษณะสร้างสรรค์ รองลงมาคือ วัฒนธรรมองค์การลักษณะตั้งรับ-ก้าวร้าว โดยมีความสัมพันธ์ทางบวกกับสมรรถนะหลัก ส่วนวัฒนธรรมองค์การลักษณะตั้งรับ-เฉื่อยชา ไม่มีความสัมพันธ์กับสมรรถนะหลักของบุคลากรสถาบันชีววิทยาศาตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดลPublication Open Access แนวทางการจัดเตรียมเอกสารเพื่อขอรับการประเมินผลการสอนในชั้นต้น สำหรับสายวิชาการ ของมหาวิทยาลัยมหิดล(2560) ณัฏฐณิชย์ ศรีมาเสริม; นรัตถพล เจริญพันธุ์; Natthanit Srimaserm; Narattaphol Charoenphandhu; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุลทักษะการสอน การวางแผนการสอน และการเรียบเรียงเอกสารการสอน เป็นขั้นตอนสำคัญที่คณาจารย์ถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักศึกษา การสอนที่กีนอกจากจะส่งเสริมให้นักศึกษาได้รับความรู้เต็มประสิทธิภาพ และมีผลลัพธ์การเรียนรู้ตามเป้าหมายแล้ว ยังมีส่วนทำให้อาจารย์มีความก้าวหน้าในตำแหน่งทางวิชาการด้วย อย่างไรก็ตาม ในการขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ ขั้นตอนการประเมินผลการสอนในชั้นต้นต้องมีการจัดเตรียมเอกสารจำนวนมาก ซึ่งมีระเบียบแบบแผนตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยและคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) อาจารย์หลายท่านอาจไม่ทราบรายละเอียดหรือความแตกต่างของเอกสารแต่ละประเภท ซึ่งอาจทำให้เกิดความล่าช้าในการขอกำหนดตำแหน่งได้ โดยทั่วไป การประเมินผลการสอนในชั้นต้นประกอบด้วย 2 ส่วน คือ การประเมินการสอน ซึ่งอาจารย์ต้องวางแผนการสอน แจกแผนการสอนและเอกสารต่าง ๆ ให้นักศึกษา และทำการสอนต่อหน้าอนุกรรมการผู้ประเมิน อีกส่วนคือการประเมินเอกสารการสอน ซึ่งชนิดของเอกสารขึ้นอยู่กับตำแหน่งทางวิชาการที่จะขอกำหนดตำแหน่ง บทความเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายรายละเอียดของการประเมินผลการสอนในชั้นต้น โดยเน้นประเด็นที่มักพบความผิดพลาด อีกทั้งวิเคราะห์และเสนอแนะแนวทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของส่วนงาน (คณะหรือสถาบัน) เพื่อเป็นการสนับสนุนให้คณาจารย์ได้ตำแหน่งทางวิชาการโดยเร็วที่สุดPublication Open Access Delayed antibody dependent enhancement of low passage dengue virus 4 isolates(2015) Nitwara Wikan; Sirikwan Libsittikul; Sutee Yoksan; Prasert Auewarakul; Duncan R. Smith; Mahidol University. Institute of Molecular BiosciencesBackground: The concept of antibody dependent enhancement (ADE) of dengue virus (DENV) infection is a cornerstone of our current understanding of dengue pathogenesis, although some questions as to the mechanism remain, particularly in regards to the behavior of low and high passage virus isolates. This study utilized two low passage DENV 4 isolates and a laboratory adapted DENV 4 isolate to investigate the potential of low passage isolates to undergo ADE. Results: Little or no ADE of infection was observed on day 2 post infection with low passage isolates, while high enhancement of infection was seen with the laboratory adapted virus. However, both of the low passage isolates showed high levels of infection (60–100 %) by day 5 post infection. Conclusions: These results show that low passage DENV 4 viruses undergo ADE mediated infection, but that the process is significantly temporally delayed as compared to laboratory adapted DENV 4.Publication Open Access The crystal structure of JNK from Drosophila melanogaster reveals an evolutionarily conserved topology with that of mammalian JNK proteins(2015) Sarin Chimnaronk; Jatuporn Sitthiroongruang; Kanokporn Srisucharitpanit; Monrudee Srisaisup; Albert J. Ketterman; Panadda Boonserm; Mahidol University. Institute of Molecular BiosciencesBackground: The c-Jun N-terminal kinases (JNKs), members of the mitogen-activated protein kinase (MAPK) family, engage in diverse cellular responses to signals produced under normal development and stress conditions. In Drosophila, only one JNK member is present, whereas ten isoforms from three JNK genes (JNK1, 2, and 3) are present in mammalian cells. To date, several mammalian JNK structures have been determined, however, there has been no report of any insect JNK structure. Results: We report the first structure of JNK from Drosophila melanogaster (DJNK). The crystal structure of the unphosphorylated form of DJNK complexed with adenylyl imidodiphosphate (AMP-PNP) has been solved at 1.79 Å resolution. The fold and topology of DJNK are similar to those of mammalian JNK isoforms, demonstrating their evolutionarily conserved structures and functions. Structural comparisons of DJNK and the closely related mammalian JNKs also allow identification of putative catalytic residues, substrate-binding sites and conformational alterations upon docking interaction with Drosophila scaffold proteins. Conclusions: The DJNK structure reveals common features with those of the mammalian JNK isoforms, thereby allowing the mapping of putative catalytic and substrate binding sites. Additionally, structural changes upon peptide binding could be predicted based on the comparison with the closely-related JNK3 structure in complex with pepJIP1. This is the first structure of insect JNK reported to date, and will provide a platform for future mutational studies in Drosophila to ascertain the functional role of insect JNK.Publication Open Access Validation of a reference gene for transcript analysis in cassava (Manihot esculenta Crantz) and its application in analysis of linamarase and α-hydroxynitrile lyase expression at different growth stages(2015) Sukhuman Whankaew; Supajit Sraphet; Ratchadaporn Thaikert; Opas Boonseng; Duncan R. Smith; Kanokporn Triwitayakorn; Mahidol University. Institute of Molecular BiosciencesRelative real-time reverse transcription quantitative polymerase chain reaction (RT-qPCR) is a well-established method for the precise quantification of gene expression. For accurate relative real-time RT-qPCR analysis, validation of the expression of an appropriate reference gene is required. In this study, the expression of six commonly used reference genes, namely 40S ribosomal protein (40S), actin (ACT), cyclophilin C (CYCC), EF-1 alpha (EF1), TATA box binding protein (TBP) and polyubiquitin (UBI) was investigated in leaf and root samples of cassava obtained at 6, 9 and 12 months after planting (MAP). A transcript stability analysis was undertaken in two different varieties of cassava, namely Huay Bong 60 which has high cyanogenic potential (CN) and Hanatee which has low CN. The results reveal that TBP was the most stable reference gene for expression studies. This information was applied to an analysis of linamarase and α-hydroxynitrile lyase gene expression in samples from six low and six high CN cassava plants collected at 6, 9 and 12 MAP. The results indicate that at 6 MAP, the linamarase transcript from leaf of the high CN group was significantly increased, and the α-hydroxynitrile lyase transcript was significantly increased at 12 MAP.Publication Open Access Effect of iron overload on furin expression in wild-type and β-thalassemic mice(2015) Surasak Wichaiyo; Paranee Yatmark; Ronald Enrique Morales Vargas; Pimtip Sanvarinda; Saovaros Svasti; Suthat Fucharoen; Noppawan Phumala Morales; Mahidol University. Institute of Molecular Biosciences. Thalassemia Research Center; Mahidol University. Faculty of Tropical Medicine. Department of Medical EntomologyFurin is a proprotein convertase enzyme. In the liver, it cleaves prohepcidin to form active hepcidin-25, which regulates systemic iron homeostasis. Hepcidin deficiency is a component of several iron overload disorders, including β-thalassemia. Several studies have identified factors that repress hepcidin gene transcription in iron overload. However, the effect of iron overload on furin, a post-translational regulator of hepcidin, has never been evaluated. The present study aimed to investigate the changes in furin and related factors in parenteral iron-overloaded mice, including those with β-thalassemia. Wild-type (WT) and β-thalassemia intermedia (th3/+) C57BL/6 mice were intraperitoneally injected with 9 doses of iron dextran (1 g iron/kg body weight) over 2 weeks. In the iron overload condition, our data demonstrated a significant Furin mRNA reduction in WT and th3/+ mice. In addition, the liver furin protein level in iron-overloaded WT mice was significantly reduced by 70% compared to control WT mice. However, the liver furin protein in iron-overloaded th3/+ mice did not show a significant reduction compared to control th3/+ mice. The hepcidin gene (hepcidin antimicrobial peptide gene, Hamp1) expression was increased in iron-overloaded WT and th3/+ mice. Surprisingly, the liver hepcidin protein level and total serum hepcidin were not increased in both WT and th3/+ mice with iron overload, regardless of the increase in Hamp1 mRNA. In conclusion, we demonstrate furin downregulation in conjunction with Hamp1 mRNA-unrelated pattern of hepcidin protein expression in iron-overloaded mice, particularly the WT mice, suggesting that, not only the amount of hepcidin but also the furin-mediated physiological activity may be decreased in severe iron overload condition.Publication Open Access Proteomic analysis of serum and urine of HIV-Monoinfected and HIV/HCV-Coinfected patients undergoing long term treatment with Nevirapine(2014) Jeerang Wongtrakul; Thananya Thongtan; Sittiruk Roytrakul; Benjawan Kumrapich; Kanokwan Janphen; Jutarat Praparattanapan; Khuanchai Supparatpinyo; Duncan R. Smith; Mahidol University. Institute of Molecular BiosciencesNevirapine (NVP) is an effective nonnucleoside reverse transcriptase inhibitor (NNRTI) of particular interest as it is often used in resource limited countries. However, one of the main concerns with the use of NVP is hepatotoxicity and elevation of liver enzymes as a consequence of highly active antiretroviral therapy (HAART) containing NVP is more often reported in HIV patients coinfected with hepatitis C virus than in HIV-monoinfected patients. To discover possible markers of NVP induced hepatotoxicity, serum and urine samples from twenty-five HIV or HIV/HCV patients, all of whom had received NVP continuously for at least four months, and healthy controls were subjected to in-solution or in-gel proteomic analysis. A total of 83 differentially regulated proteins consisted of 34 proteins identified in serum by in-solution analysis, 2 proteins identified from serum in a 2D gel electrophoresis analysis, and 47 proteins identified in urine in an in-solution analysis. Three proteins, namely, haptoglobin, Rho-related BTB domain containing protein 3, and death-associated protein kinase 3, were selected for further validation by Western blot analysis and results showed that haptoglobin has potential for further development as an additional marker of NVP induced hepatotoxicity.Publication Open Access Large-scale SNP discovery through RNA sequencing and SNP genotyping by targeted enrichment sequencing in cassava (Manihot esculenta Crantz)(2014) Wirulda Pootakham; Jeremy R. Shearman; Panthita Ruang-areerate; Chutima Sonthirod; Duangjai Sangsrakru; Nukoon Jomchai; Thippawan Yoocha; Kanokporn Triwitayakorn; Somvong Tragoonrung; Sithichoke Tangphatsornruang; Mahidol University. Institute of Molecular BiosciencesCassava (Manihot esculenta Crantz) is one of the most important crop species being the main source of dietary energy in several countries. Marker-assisted selection has become an essential tool in plant breeding. Single nucleotide polymorphism (SNP) discovery via transcriptome sequencing is an attractive strategy for genome complexity reduction in organisms with large genomes. We sequenced the transcriptome of 16 cassava accessions using the Illumina HiSeq platform and identified 675,559 EST-derived SNP markers. A subset of those markers was subsequently genotyped by capture-based targeted enrichment sequencing in 100 F1 progeny segregating for starch viscosity phenotypes. A total of 2,110 non-redundant SNP markers were used to construct a genetic map. This map encompasses 1,785 cM and consists of 19 linkage groups. A major quantitative trait locus (QTL) controlling starch pasting properties was identified and shown to coincide with the QTL previously reported for this trait. With a high-density SNP-based linkage map presented here, we also uncovered a novel QTL associated with starch pasting time on LG 10.Publication Open Access Proteomic analysis of serum and urine of HIV-Monoinfected and HIV/HCV-Coinfected patients undergoing long term treatment with Nevirapine(2014) Jeerang Wongtrakul; Thananya Thongtan; Sittiruk Roytrakul; Benjawan Kumrapich; Kanokwan Janphen; Jutarat Praparattanapan; Khuanchai Supparatpinyo; Duncan R. Smith; Mahidol University. Institute of Molecular BiosciencesNevirapine (NVP) is an effective nonnucleoside reverse transcriptase inhibitor (NNRTI) of particular interest as it is often used in resource limited countries. However, one of the main concerns with the use of NVP is hepatotoxicity and elevation of liver enzymes as a consequence of highly active antiretroviral therapy (HAART) containing NVP is more often reported in HIV patients coinfected with hepatitis C virus than in HIV-monoinfected patients. To discover possible markers of NVP induced hepatotoxicity, serum and urine samples from twenty-five HIV or HIV/HCV patients, all of whom had received NVP continuously for at least four months, and healthy controls were subjected to in-solution or in-gel proteomic analysis. A total of 83 differentially regulated proteins consisted of 34 proteins identified in serum by in-solution analysis, 2 proteins identified from serum in a 2D gel electrophoresis analysis, and 47 proteins identified in urine in an in-solution analysis. Three proteins, namely, haptoglobin, Rho-related BTB domain containing protein 3, and death-associated protein kinase 3, were selected for further validation by Western blot analysis and results showed that haptoglobin has potential for further development as an additional marker of NVP induced hepatotoxicity.Publication Open Access Melatonin pretreatment prevented the effect of dexamethasone negative alterations on behavior and hippocampal neurogenesis in the mouse brain(2014-02-28) Nootchanart Ruksee; Walaiporn Tongjaroenbuangam; Thanutchaporn Mahanam; Piyarat Govitrapong; Mahidol University. National Institute for Child and Family Development; Mahidol University. Institute of Molecular Biosciences. Research Center for Neuroscience; Mahidol University. Center for Neuroscience and Department of PharmacologyGlucocorticoids play various physiological functions via the glucocorticoid receptor (GR). Glucocorticoid is associated with the pathophysiology of depression. Dexamethasone (DEX), a synthetic GR agonist, has a greater affinity for GR than the mineralocorticoid receptor (MR) in the hippocampus of pigs and may mimic the effects of GR possession. DEX decreases neurogenesis and induces damage to hippocampal neurons that is associated with depressive-like behavior. Melatonin, a hormone mainly synthesized in the pineal gland, is a potent free radical scavenger and antioxidant. Melatonin alters noradrenergic transmission in depressed patients. It may be interesting to further explore the mechanism of melatonin that is associated with the role of stress as a key factor to precipitate depression and as a factor altering neurogenesis. In this study, we assessed the capability of melatonin to protect the hippocampus of mouse brains to counteract the effects of chronic DEX treatment for 21 days on depressive-like behavior and neurogenesis. Our results revealed that chronic administration of DEX induced depressivelike behavior and that this could be reversed by pretreatment with melatonin. Moreover, the number of 5-bromo-2-deoxyuridine (BrdU)-immunopositive cells and doublecortin (DCX; the neuronal-specific marker) protein levels were significantly reduced in the DEX-treated mice. Pretreatment with melatonin was found to renew BrdU and DCX expression in the dentate gyrus. Furthermore, pretreatment withmelatonin prevented DEX-induced reductions in GR and an extracellular-signal-regulated kinase (ERK1/2) in the hippocampal area. Melatonin may protect hippocampal neurons from damage and reverse neurogenesis after chronic DEX by activating brain-derived neurotrophic (BDNF) and ERK1/2 cascades. These results revealed that melatonin pretreatment prevented the reduction of cell proliferation, immature neuron precursor cells, and GR and ERK1/2 expression. This finding indicates that melatonin attenuates the DEX-induced depressive-like behavior, supporting the notion that melatonin possesses anti-stress and neurogenic actions.Publication Open Access Effect of amino acid polymorphisms of house dust mite der p 2 variants on allergic sensitization(2016) Sasipa Tanyaratsrisakul; Orathai Jirapongsananuruk; Bhakkawarat Kulwanich; Hales, Belinda J.; Thomas, Wayne R.; Surapon Piboonpocanun; Mahidol University. Institute of Molecular Biosciences; Mahidol University. Faculty of Medicine Siriraj Hospital. Department of PediatricsPURPOSE: The sequence variations of the Der p 2 allergen of Dermatophagoides pteronyssinus diverge along 2 pathways with particular amino acid substitutions at positions 40,47,111, and 114. The environmental prevalence and IgE binding to Der p 2 variants differ among regions. To compare IgE binding to Der p 2 variants between sera from Bangkok, Thailand and Perth, Western Australia with different variants and to determine the variant-specificity of antibodies induced by vaccination with recombinant variants. METHODS: The structures of recombinant variants produced in yeast were compared by circular dichroism and 1-anilinonaphthalene 8-sulfonic acid staining of their lipid-binding cavity. Sera from subjects in Bangkok and Perth where different variants are found were compared by the affinity (IC₅₀) of IgE cross-reactivity to different variants and by direct IgE binding. Mice were immunized with the variants Der p 2.0101 and Der p 2.0110, and their IgG binding to Der p 2.0103, 2.0104, and 2.0109 was measured. RESULTS: The secondary structures of the recombinant variants resembled the natural allergen but with differences in ANS binding. The IC₅₀ of Der p 2.0101 required 7-fold higher concentrations to inhibit IgE binding to the high-IgE-binding Der p 2.0104 than for homologous inhibition in sera from Bangkok where it is absent, while in sera from Perth that have both variants the IC₅₀ was the same and low. Reciprocal results were obtained for Der p 2.0110 not found in Perth. Direct binding revealed that Der p 2.0104 was best for detecting IgE in both regions, followed by Der p 2.0101 with binding to other variants showing larger differences. Mouse anti-Der p 2.0101 antibodies had a high affinity of cross-reactivity but bound poorly to other variants. CONCLUSIONS: The affinity of IgE antibody cross-reactivity, the direct IgE binding, and the specificities of antibodies induced by vaccination show that measures of allergic sensitization and therapeutic strategies could be optimized with knowledge of Der p 2 variants.Publication Open Access Effects of vitrification on nuclear maturation, ultrastructural changes and gene expression of canine oocytes(2010) Bongkoch Turathum; Kulnasan Saikhun; Parisatcha Sangsuwan; Yindee Kitiyanant; Mahidol University. Institute of Molecular Biosciences; Mahidol University. Faculty of Science. Department of AnatomyBackground Cryopreservation of oocytes, which is an interesting procedure to conserve female gametes, is an essential part of reproductive biotechnology. The objective of the present study was to investigate the effects of vitrification on nuclear maturation, ultrastructural changes and gene expression of canine oocytes. Methods Immature oocytes (germinal vesicles) isolated from ovaries of normal bitches (> 6 months of age) were either vitrified in open pulled straw (OPS) using 20% ethylene glycol (EG) and 20% dimethyl sulfoxide (DMSO) as vitrification solution or exposed to vitrification solution without subjected to liquid nitrogen. After warming, oocytes were investigated for nuclear maturation following in vitro maturation (IVM), ultrastructural changes using transmission electron microscopy (TEM) and gene expression using RT-PCR. Fresh immature oocytes were used as the control group. Results The rate of resumption of meiosis in vitrified-warmed oocytes (53.4%) was significantly (P < 0.05) lower than those of control (93.8%) and exposure (91.4%) groups. However, there were no statistically significant differences among groups in the rates of GV oocytes reaching the maturation stage (metaphase II, MII). The ultrastructural alterations revealed by TEM showed that cortical granules, mitochondria, lipid droplets and smooth endoplasmic reticulum (SER) were affected by vitrification procedures. RT-PCR analysis for gene expression revealed no differences in HSP70, Dnmt1, SOD1 and BAX genes among groups, whereas Bcl2 was strongly expressed in vitrified-warmed group when compared to the control. Conclusion Immature canine oocytes were successfully cryopreserved, resumed meiosis and developed to the MII stage. The information obtained in this study is crucial for the development of an effective method to cryopreserve canine oocytes for establishment of genetic banks of endangered canid species.Publication Open Access Genetic modifiers of Hb E/β0 thalassemia identified by a two-stage genome-wide association study(2010) Richard Sherva; Orapan Sripichai; Kenneth Abel; Qianli Ma; Johanna Whitacre; Vach Angkachatchai; Wattanan Makarasara; Pranee Winichagoon; Saovaros Svasti; Suthat Fucharoen; Andreas Braun; Lindsay A Farrer; Mahidol University. Institute of Molecular Biosciences. Thalassemi a Research Center; Mahidol University. Faculty of Science. Department of BiochemistryBackground Patients with Hb E/β0 thalassemia display remarkable variability in disease severity. To identify genetic modifiers influencing disease severity, we conducted a two-stage genome scan in groups of 207 mild and 305 severe unrelated patients from Thailand with Hb E/β0 thalassemia and normal α-globin genes. Methods First, we estimated and compared the allele frequencies of approximately 110,000 gene-based single nucleotide polymorphisms (SNPs) in pooled DNAs from different severity groups. The 756 SNPs that showed reproducible allelic differences at P < 0.02 by pooling were selected for individual genotyping. Results After adjustment for age, gender and geographic region, logistic regression models showed 50 SNPs significantly associated with disease severity (P < 0.05) after Bonferroni adjustment for multiple testing. Forty-one SNPs in a large LD block within the β-globin gene cluster had major alleles associated with severe disease. The most significant was bthal_bg200 (odds ratio (OR) = 5.56, P = 2.6 × 10-13). Seven SNPs in two distinct LD blocks within a region centromeric to the β-globin gene cluster that contains many olfactory receptor genes were also associated with disease severity; rs3886223 had the strongest association (OR = 3.03, P = 3.7 × 10-11). Several previously unreported SNPs were also significantly associated with disease severity. Conclusions These results suggest that there may be an additional regulatory region centromeric to the β-globin gene cluster that affects disease severity by modulating fetal hemoglobin expression.Publication Open Access Structural basis of pore formation by mosquito-larvicidal proteins from bacillus thuringiensis(2010-01) Chanan Angsuthanasombat; Mahidol University. Institute of Molecular BiosciencesThe insecticidal character of the three-domain Cry -endotoxins produced by Bacillus thuringiensis during sporulation is believed to be caused by their capability to generate lytic pores in the target larval midgut cell membranes. This review describes toxic mechanisms with emphasis on the structural basis of pore formation by two closely related dipteran-specific toxins, Cry4Aa and Cry4Ba, which are highly toxic to mosquito larvae. One proposed toxic mechanism via an “umbrella-like” structure involves membrane penetration and pore formation by the 4-5 transmembrane hairpin. The lipid-induced -conformation of 7 could possibly serve as a lipid anchor required for an efficient insertion of the pore-forming hairpin into the bilayer membrane. Though current electron crystallographic data are still inadequate to provide such critical insights into the structural details of the Cry toxin-induced pore architecture, this pivotal evidence clearly reveals that the 65-kDa active toxin in association with the lipid membrane could exist in at least two different trimeric conformations, implying the closed and open states of a functional pore.Publication Open Access Mud crab susceptibility to disease from white spot syndrome virus is species-dependent(2010) Naraporn Somboonna; Seksan Mangkalanan; Attasit Udompetcharaporn; Chartchai Krittanai; Kallaya Sritunyalucksana; TW Flegel; Mahidol University. Center of Excellence for Shrimp Molecular Biology and Biotechnology; Mahidol University. Institute of Molecular Biosciences; Mahidol University. Faculty of Science. Department of BiochemistryBackground Based on a report for one species (Scylla serrata), it is widely believed that mud crabs are relatively resistant to disease caused by white spot syndrome virus (WSSV). We tested this hypothesis by determining the degree of susceptibility in two species of mud crabs, Scylla olivacea and Scylla paramamosain, both of which were identified by mitochondrial 16 S ribosomal gene analysis. We compared single-dose and serial-dose WSSV challenges on S. olivacea and S. paramamosain. Findings In a preliminary test using S. olivacea alone, a dose of 1 × 106 WSSV copies/g gave 100% mortality within 7 days. In a subsequent test, 17 S. olivacea and 13 S. paramamosain were divided into test and control groups for challenge with WSSV at 5 incremental, biweekly doses starting from 1 × 104 and ending at 5 × 106 copies/g. For 11 S. olivacea challenged, 3 specimens died at doses between 1 × 105 and 5 × 105 copies/g and none died for 2 weeks after the subsequent dose (1 × 106 copies/g) that was lethal within 7 days in the preliminary test. However, after the final challenge on day 56 (5 × 106 copies/g), the remaining 7 of 11 S. olivacea (63.64%) died within 2 weeks. There was no mortality in the buffer-injected control crabs. For 9 S. paramamosain challenged in the same way, 5 (55.56%) died after challenge doses between 1 × 104 and 5 × 105 copies/g, and none died for 2 weeks after the challenge dose of 1 × 106 copies/g. After the final challenge (5 × 106 copies/g) on day 56, no S. paramamosain died during 2 weeks after the challenge, and 2 of 9 WSSV-infected S. paramamosain (22.22%) remained alive together with the control crabs until the end of the test on day 106. Viral loads in these survivors were low when compared to those in the moribund crabs. Conclusions S. olivacea and S. paramamosain show wide variation in response to challenge with WSSV. S. olivacea and S. paramamosain are susceptible to white spot disease, and S. olivacea is more susceptible than S. paramamosain. Based on our single-challenge and serial challenge results, and on previous published work showing that S. serrata is relatively unaffected by WSSV infection, we propose that susceptibility to white spot disease in the genus Scylla is species-dependent and may also be dose-history dependent. In practical terms for shrimp farmers, it means that S. olivacea and S. paramamosain may pose less threat as WSSV carriers than S. serrata. For crab farmers, our results suggest that rearing of S. serrata would be a better choice than S. paramamosain or S. olivacea in terms of avoiding losses from seasonal outbreaks of white spot disease.Publication Open Access Hydrogen peroxide toxicity induces ras signaling in human neuroblastoma SH-SY5Y cultured cells(2010) Jirapa Chetsawang; Piyarat Govitrapong; Banthit Chetsawang; Mahidol University. Institute of Molecular Biosciences. Research Center for Neuroscience; Mahidol University. Faculty of Science. Center for Neuroscience and Department of Pharmacology; Mahidol University. Faculty of Medicine Siriraj Hospital. Department of AnatomyIt has been reported that overproduction of reactive oxygen species occurs after brain injury and mediates neuronal cells degeneration. In the present study, we examined the role of Ras signaling on hydrogen peroxide-induced neuronal cells degeneration in dopaminergic neuroblastoma SH-SY5Y cells. Hydrogen peroxide significantly reduced cell viability in SH-SY5Y cultured cells. An inhibitor of the enzyme that catalyzes the farnesylation of Ras proteins, FTI-277, and a competitive inhibitor of GTP-binding proteins, GDP-beta-S significantly decreased hydrogen peroxide-induced reduction in cell viability in SH-SY5Y cultured cells. The results of this study might indicate that a Ras-dependent signaling pathway plays a role in hydrogen peroxideinduced toxicity in neuronal cells.Publication Open Access Structure-guided mutagenesis of active site residues in the dengue virus two-component protease NS2B-NS3(2010) Wanisa Salaemae; Muhammad Junaid; Chanan Angsuthanasombat; Gerd Katzenmeier; Mahidol University. Institute of Molecular Biosciences. Laboratory of Molecular VirologyBackground The dengue virus two-component protease NS2B/NS3 mediates processing of the viral polyprotein precursor and is therefore an important determinant of virus replication. The enzyme is now intensively studied with a view to the structure-based development of antiviral inhibitors. Although 3-dimensional structures have now been elucidated for a number of flaviviral proteases, enzyme-substrate interactions are characterized only to a limited extend. The high selectivity of the dengue virus protease for the polyprotein precursor offers the distinct advantage of designing inhibitors with exquisite specificity for the viral enzyme. To identify important determinants of substrate binding and catalysis in the active site of the dengue virus NS3 protease, nine residues, L115, D129, G133, T134, Y150, G151, N152, S163 and I165, located within the S1 and S2 pockets of the enzyme were targeted by alanine substitution mutagenesis and effects on enzyme activity were fluorometrically assayed. Methods Alanine substitutions were introduced by site-directed mutagenesis at residues L115, D129, G133, T134, Y150, G151, N152, S163 and I165 and recombinant proteins were purified from overexpressing E. coli. Effects of these substitutions on enzymatic activity of the NS3 protease were assayed by fluorescence release from the synthetic model substrate GRR-amc and kinetic parameters Km, kcat and kcat/Km were determined. Results Kinetic data for mutant derivatives in the active site of the dengue virus NS3 protease were essentially in agreement with a functional role of the selected residues for substrate binding and/or catalysis. Only the L115A mutant displayed activity comparable to the wild-type enzyme, whereas mutation of residues Y150 and G151 to alanine completely abrogated enzyme activity. A G133A mutant had an approximately 10-fold reduced catalytic efficiency thus suggesting a critical role for this residue seemingly as part of the oxyanion binding hole. Conclusions Kinetic data obtained for mutants in the NS3 protease have confirmed predictions for the conformation of the active site S1 and S2 pockets based on earlier observations. The data presented herein will be useful to further explore structure-activity relationships of the flaviviral proteases important for the structure-guided design of novel antiviral therapeutics.