Publication: Windrow Composting of Food and Yard Wastes
Issued Date
2017
Resource Type
Language
eng
ISSN
2697-584X (Print)
2697-5866 (Online)
2697-5866 (Online)
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
Department of Environmental Health Sciences Faculty of Public Health Mahidol University
Division of Physical Systems and Environment Office of the President Mahidol University
Division of Physical Systems and Environment Office of the President Mahidol University
Bibliographic Citation
Thai Journal of Public Health. Vol. 47, No. 2 (May-August 2017), 131-141
Suggested Citation
Thanatip Kaewcumfu, Siranee Sreesai, Tawatch Prechthai, Manote Lexdumrong, Worapot Chalermklin, ธนานิป แก้วคำพู, ศิราณี ศรีโส, ธวัช เพชรไทย, มาโนชญ์ เหล็กดำรง, วรพจน์ เฉลิมกลิ่น Windrow Composting of Food and Yard Wastes. Thai Journal of Public Health. Vol. 47, No. 2 (May-August 2017), 131-141. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/63732
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Windrow Composting of Food and Yard Wastes
Alternative Title(s)
การหมักเศษอาหารและมูลฝอยจากสวนแบบกองแถว
Abstract
Organic waste from public consumption is
a problem for waste management. The university
campus in Tambol Salaya, Nakorn Prathom
Province, a community with a large population,
needed to find effective strategies for sustainable
waste management. This study aimed to find a
proper solution for two major organic wastes,
food and yard wastes. Windrow composting was
investigated at different conditions including
mixing ratios and aerations in the fi eld experiment
for 8 weeks. The organic wastes and composted
material samples were analyzed for physical and
chemical characteristics including moisture content,
temperature, pH, organic matter, total nitrogen,
total phosphorus and total potassium. Two way
ANOVA analysis and LSD post-hoc test were
used for statistical analysis. The results showed
that food waste had high nitrogen and moisture
content while yard waste had high organic carbon.
To compost the organic materials without aeration
supply conditions revealed signifi cant difference
(p < 0.05) in higher composting temperature
while the higher mixing ratio could signifi cantly
increase (p<0.05) organic matter. The composting
was fi nished at week 8 and composted materials
had a lower temperature and neutral pH. The
nutrients, nitrogen and phosphorus were increased
whereas potassium was slightly decreased, thus
they could match with the organic fertilizer standard.
The food yard waste ratio of 1:1, without aeration
was a suitable organic composting condition.
The fi ndings can also be used as an application
criterion for other communities which recycle
nutrients back to the environment.
มูลฝอยอินทรีย์เป็นปัญหาสำาคัญของการจัดการ มูลฝอย วิทยาเขตของมหาวิทยาลัยในตำบลศาลายา จังหวัดนครปฐม มีประชากรมาก จำเป็นต้องมีการ จัดการมูลฝอยอย่างยั่งยืน ศึกษาการจัดการมูลฝอย อินทรีย์คือ มูลฝอยเศษอาหารและมูลฝอยจากสวน หมักแบบกองแถวในการทดลองภาคสนาม 8 สัปดาห์ สภาวะการหมักมีอัตราผสมและการเติมอากาศ แตกต่างกัน วิเคราะห์ลักษณะสมบัติทางกายภาพและ เคมี คือ ความชื้น อุณหภูมิ ค่าความเป็นกรด-ด่าง อินทรียสาร ไนโตรเจนทั้งหมด ฟอสฟอรัสทั้งหมด และโปแตสเซียมทั้งหมด ใช้สถิติ Two way ANOVA และ LSD post-hoc ผลการศึกษาพบว่า มูลฝอย เศษอาหารมีไนโตรเจนและความชื้นสูง มูลฝอยจาก สวนมีอินทรีย์คาร์บอนสูง สภาวะหมักที่ไม่เติมอากาศ ทำาให้อุณหภูมิแถวกองสูงอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) ส่วนอัตราการผสมสูงมีนัยสำคัญ ทำให้อินทรียสารสูง (p < 0.05) การหมักสิ้นสุดที่สัปดาห์ที่ 8 โดยวัสดุหมัก มีอุณหภูมิต่ำลงและมีค่าความเป็นกรด-ด่างที่ปานกลาง ธาตุอาหารที่เป็นไนโตรเจนและฟอสฟอรัสเพิ่มขึ้น แต่มีโปรแตสเซียมลดลงเล็กน้อย มีลักษณะสมบัติตาม มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ แนะนำสภาวะที่เหมาะสำหรับ หมักมูลฝอยอินทรีย์ คือ อัตราส่วนมูลฝอยเศษอาหาร และมูลฝอยจากสวน 1:1 โดยน้ำหนัก แบบไม่เติม อากาศ ผลการศึกษาสามารถใช้แนะนำให้ชุมชนอื่น ซึ่งช่วยนำธาตุอาหารกลับมาใช้ใหม่ในสิ่งแวดล้อม
มูลฝอยอินทรีย์เป็นปัญหาสำาคัญของการจัดการ มูลฝอย วิทยาเขตของมหาวิทยาลัยในตำบลศาลายา จังหวัดนครปฐม มีประชากรมาก จำเป็นต้องมีการ จัดการมูลฝอยอย่างยั่งยืน ศึกษาการจัดการมูลฝอย อินทรีย์คือ มูลฝอยเศษอาหารและมูลฝอยจากสวน หมักแบบกองแถวในการทดลองภาคสนาม 8 สัปดาห์ สภาวะการหมักมีอัตราผสมและการเติมอากาศ แตกต่างกัน วิเคราะห์ลักษณะสมบัติทางกายภาพและ เคมี คือ ความชื้น อุณหภูมิ ค่าความเป็นกรด-ด่าง อินทรียสาร ไนโตรเจนทั้งหมด ฟอสฟอรัสทั้งหมด และโปแตสเซียมทั้งหมด ใช้สถิติ Two way ANOVA และ LSD post-hoc ผลการศึกษาพบว่า มูลฝอย เศษอาหารมีไนโตรเจนและความชื้นสูง มูลฝอยจาก สวนมีอินทรีย์คาร์บอนสูง สภาวะหมักที่ไม่เติมอากาศ ทำาให้อุณหภูมิแถวกองสูงอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) ส่วนอัตราการผสมสูงมีนัยสำคัญ ทำให้อินทรียสารสูง (p < 0.05) การหมักสิ้นสุดที่สัปดาห์ที่ 8 โดยวัสดุหมัก มีอุณหภูมิต่ำลงและมีค่าความเป็นกรด-ด่างที่ปานกลาง ธาตุอาหารที่เป็นไนโตรเจนและฟอสฟอรัสเพิ่มขึ้น แต่มีโปรแตสเซียมลดลงเล็กน้อย มีลักษณะสมบัติตาม มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ แนะนำสภาวะที่เหมาะสำหรับ หมักมูลฝอยอินทรีย์ คือ อัตราส่วนมูลฝอยเศษอาหาร และมูลฝอยจากสวน 1:1 โดยน้ำหนัก แบบไม่เติม อากาศ ผลการศึกษาสามารถใช้แนะนำให้ชุมชนอื่น ซึ่งช่วยนำธาตุอาหารกลับมาใช้ใหม่ในสิ่งแวดล้อม