Publication:
อาการผิดปกติทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างในพนักงาน โรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งหนึ่ง ในจังหวัดสมุทรปราการ

dc.contributor.authorวามริน คีรีวัฒน์en_US
dc.contributor.authorอัมรินทร์ คงทวีเลิศen_US
dc.contributor.authorจุฑาธิป ศีลบุตรen_US
dc.contributor.authorเพชรรัตน์ ภูอนันตานนท์en_US
dc.contributor.authorWamarin Keereewaten_US
dc.contributor.authorAmarin Kongtawelerten_US
dc.contributor.authorJutatip Sillabutraen_US
dc.contributor.authorPetcharatana Bhuanantanondhen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาชีวสถิติen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบําบัดen_US
dc.date.accessioned2022-10-20T06:04:25Z
dc.date.available2022-10-20T06:04:25Z
dc.date.created2565-10-20
dc.date.issued2565
dc.description.abstractอาการผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างเป็นโรคจากการทำงานที่พบมากในพนักงานอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยสาเหตุของการเกิดอาการผิดปกติดังกล่าวเกิดจากสาเหตุทางการยศาสตร์เป็นหลัก ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการศึกษาหาความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับอาการผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างในพนักงานอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 75 คน ทั้งพนักงานฝ่ายผลิตและพนักงานฝ่ายสำนักงาน ที่เข้ารับการรักษาทางกายภาพบำบัด บริเวณคลินิกที่อยู่ภายในโรงงาน โดยใช้แบบสอบถามแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือคำถามเกี่ยวกับ ข้อมูลส่วนบุคคล ลักษณะการทำงาน และอาการผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมานวิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้วยสถิติ Chi-square ผลการศึกษาพบว่า ส่วนใหญ่พนักงานฝ่ายผลิตมีลักษณะการทำงานคือเป็นงานที่หลังอยู่ในท่าทางที่ผิดปกติและยกของหนักมากกว่า 10 กิโลกรัม มีอาการผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างมากที่สุดบริเวณหลังส่วนล่าง (65.4%) และพนักงานฝ่ายสำนักงาน ลักษณะการทำงานที่โดยใช้คอมพิวเตอร์มีอาการผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างมากที่สุดคือบริเวณคอ (51.4%) มีระดับความเจ็บปวดอยู่ในระดับปานกลาง ผลการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างระดับความเจ็บปวดกับการออกกำลังกาย พบว่าระดับความเจ็บปวดมีความสัมพันธ์กับการออกกำลังกาย และ ผลการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างระดับความเจ็บปวดกับดัชนีมวลกาย พบว่าระดับความเจ็บปวดมีความสัมพันธ์กับดัชนีมวลกาย สรุปได้ว่า การศึกษาครั้งนี้ทำให้ทราบว่าปัจจัยเสี่ยงทั้งทางด้านการยศาสตร์ และปัจจัยส่วนบุคคลเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมกันทำให้เกิดโรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างในพนักงาน ดังนั้นควรจะมีการป้องกันและแก้ไขปัญหาเรื่องลักษณะการทำงาน จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร เพื่อนำไปสู่การทำงานที่ปลอดภัยท่าทางการทำงานที่ดีขึ้นเพื่อเพิ่มสถานะด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่ดีของพนักงานen_US
dc.description.abstractMusculoskeletal disorders are occupational diseases that are most common in automotive industry workers. The cause of Musculoskeletal disorders is mainly due to ergonomic factors. The objective of this study was to determine the prevalence and associated factors with musculoskeletal disorders among employees in the automotive industry. The sample size is calculated using the formula, the population size is unknown (Cochran, 1977). The sample in this study was 7 5 workers, including production workers and office workers undergoing physical therapy treatment clinic inside the factory. The sampling technique was systematic sampling randomized from the population that met the inclusion criteria. The participants were randomly assigned to 1,3,5,..., n each day to be the sample group in the study. Collect personal information and Work characteristics by questionnaire. Modified nordic questionnaires were used for a musculoskeletal disorders analysis. Data analysis was performed using descriptive statistics and inferential statistics, Chi-square. The results showed that most production workers are jobs with awkward posture and lifting more than 10 kilograms. Most of the symptoms of musculoskeletal disorders are lower back areas (65.4%). Most office workers use the computer, and most of the symptoms of the musculoskeletal disorders are neck area (51.4%), and the pain scale was moderate (52%). Furthermore, the correlation test showed that the pain scale was related to exercise, and the pain scale was related to body mass index. The results of this study can be used as a baseline for the prevention and promotion of health to reduce the risk of musculoskeletal disorders and improve the health and safety status of employees.en_US
dc.identifier.citationวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข. ปีที่ 8, ฉบับที่ 3 (ก.ย.-ธ.ค. 2565), 443-453en_US
dc.identifier.issn2697-6285 (Online)
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/79935
dc.language.isothaen_US
dc.rightsมหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.rights.holderภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.rights.holderภาควิชาชีวสถิติ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.rights.holderคณะกายภาพบําบัด มหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.subjectการยศาสตร์en_US
dc.subjectความปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างen_US
dc.subjectพนักงานอุตสาหกรรมยานยนต์en_US
dc.subjectErgonomicen_US
dc.subjectMusculoskeletal disordersen_US
dc.subjectAutomotive industry workersen_US
dc.titleอาการผิดปกติทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างในพนักงาน โรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งหนึ่ง ในจังหวัดสมุทรปราการen_US
dc.title.alternativeMusculoskeletal Disorders among employees in automotive industry in Samut Prakan Provinceen_US
dc.typeOriginal Articleen_US
dspace.entity.typePublication
mods.location.urlhttps://so05.tci-thaijo.org/index.php/journal_law/article/view/259299/175799

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
ph-ar-amarin-2565-2.pdf
Size:
3.08 MB
Format:
Adobe Portable Document Format

License bundle

Now showing 1 - 1 of 1
No Thumbnail Available
Name:
license.txt
Size:
1.71 KB
Format:
Item-specific license agreed upon to submission
Description:

Collections