Publication: Application of High-Frequency Oscillation during Bronchoscopy in Smear-Negative Pulmonary Tuberculosis
6
Issued Date
2017
Resource Type
Language
eng
ISSN
0125-3611 (Print)
2651-0561 (Online)
2651-0561 (Online)
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
Department of Medicine Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital Mahidol University
Department of Medicine Surat Thani Hospital
Department of Medicine Maharat Nakhon Ratchasima Hospital
Department of Medicine Surat Thani Hospital
Department of Medicine Maharat Nakhon Ratchasima Hospital
Bibliographic Citation
Ramathibodi Medical Journal. Vol. 40, No. 2 (Apr-Jun 2017), 25-33
Suggested Citation
Viratch Tangsujaritvijit, Somcharoen Thienchairoj, Detajin Junhasavasdikul, Thotsaporn Morasert, Dararat Eksombatchai, วิรัช ตั้งสุจริตวิจิตร, สมเจริญ เทียนชัยโรจน์, เดชอาจิณ ชุณหสวัสดิกุล, ทศพร โมระเสริฐ, ดารารัตน์ เอกสมบัติชัย Application of High-Frequency Oscillation during Bronchoscopy in Smear-Negative Pulmonary Tuberculosis. Ramathibodi Medical Journal. Vol. 40, No. 2 (Apr-Jun 2017), 25-33. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/79578
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Application of High-Frequency Oscillation during Bronchoscopy in Smear-Negative Pulmonary Tuberculosis
Alternative Title(s)
การใช้อุปกรณ์การสั่นความถี่สูงระหว่างการส่องกล้องหลอดลมในผู้ป่วยสงสัยวัณโรคปอดที่เสมหะตรวจย้อมสีทนกรดเป็นลบ
Abstract
Background: The diagnostic yield of bronchoalveolar lavage (BAL) for diagnosis of pulmonary tuberculosis (PTB) is low. The vibrator device is useful for sputum induction.
Objective: This trial was aimed to assess the value of high-frequency oscillation (HFO) during fiberoptic bronchoscopy (FOB) for diagnosis of patients with suspected PTB.
Methods: Suspected PTB patients with two consecutive negative sputum acid-fast bacilli (AFB) smears were recruited. Patients were chosen to use the HFO device by randomization, while the other patients underwent standard BAL. The BAL fluid and post-bronchoscopic sputum were processed for AFB smear and culture, and polymerase chain reaction for TB (PCR-TB).
Results: Eighty patients participating in this study, PTB was definitely diagnosed in 32 patients. The diagnostic yield of HFO with BAL culture was 27.8%, and non-HFO 21.1% (P = 0.71). The diagnostic yield of HFO with post-bronchoscopic sputum culture was 22.2%, and non-HFO 21.1% (P = 1.00). The diagnostic yield of PCR-TB with HFO was 33.3%, and non-HFO 21.1% (P = 0.47).
Conclusions: Addition of HFO during FOB did not result in significant differences in the diagnostic yield of PTB detection in smear-negative PTB patients. However, there was a trend of increasing sensitivity of BAL PCR-TB in patients receiving HFO.
บทนำ: diagnostic yield ของการทำหัตถการส่องกล้องหลอดลม (Bronchoalveolar lavage; BAL) ในการวินิจฉัยวัณโรคปอดค่อนข้างต่ำ โดยอุปกรณ์การสั่นความถี่สูงมีประโยชน์ในการกระตุ้นเพื่อขับเสมหะ วัตถุประสงค์: เพื่อประเมินคุณค่าของการตรวจวินิจฉัยวัณโรคจากการใช้อุปกรณ์การสั่นความถี่สูง (High-frequency oscillation; HFO) ระหว่างการส่องกล้องหลอดลม เพื่อช่วยวินิจฉัยในผู้ป่วยที่สงสัยวัณโรคปอด วิธีการศึกษา: ผู้ป่วยที่แพทย์สงสัยว่าเป็นวัณโรคปอดและ มีผลการเก็บเสมหะตรวจย้อมสีทนกรด (AFB) เป็นลบอย่างน้อยสองครั้ง ซึ่งผู้ป่วยที่ได้รับการคัดเลือกจะมีการใช้ HFO แบบสุ่ม ขณะที่ผู้ป่วยอีกกลุ่มจะไม่ได้มีการใช้ HFO ระหว่าง BAL โดยน้ำล้างปอดของผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มจะส่งตรวจย้อมสีทนกรด เพาะเชื้อวัณโรคและ PCR สำหรับวัณโรค ผลการศึกษา: ผู้ป่วยแปดสิบรายเข้าการศึกษานี้ โดยหลังสิ้นสุดการศึกษามีผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นวัณโรคปอด 32 ราย พบว่า diagnostic yield ของการเพาะเชื้อวัณโรคของกลุ่ม HFO 27.8%, และ non-HFO 21.1% (P = 0.71) ส่วน diagnostic yield ของการเพาะเชื้อวัณโรคจากเสมหะหลังการส่องกล้องหลอดลมของกลุ่ม HFO 22.2%, และ non-HFO 21.1% (P = 1.00) และในส่วน diagnostic yield ของการตรวจ PCR-TB ของกลุ่ม HFO 33.3%, และ non-HFO 21.1% (P = 0.47) สรุป: การเพิ่มอุปกรณ์ HFO ระหว่างการส่องกล้องหลอดลม พบว่า ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในการช่วยวินิจฉัยวัณโรคปอดในผู้ป่วยที่เสมหะตรวจย้อมสีทนกรดเป็นลบ อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่จะมีความไวเพิ่มขึ้นในกลุ่มที่ใช้ HFO ร่วมกับการตรวจ PCR-TB
บทนำ: diagnostic yield ของการทำหัตถการส่องกล้องหลอดลม (Bronchoalveolar lavage; BAL) ในการวินิจฉัยวัณโรคปอดค่อนข้างต่ำ โดยอุปกรณ์การสั่นความถี่สูงมีประโยชน์ในการกระตุ้นเพื่อขับเสมหะ วัตถุประสงค์: เพื่อประเมินคุณค่าของการตรวจวินิจฉัยวัณโรคจากการใช้อุปกรณ์การสั่นความถี่สูง (High-frequency oscillation; HFO) ระหว่างการส่องกล้องหลอดลม เพื่อช่วยวินิจฉัยในผู้ป่วยที่สงสัยวัณโรคปอด วิธีการศึกษา: ผู้ป่วยที่แพทย์สงสัยว่าเป็นวัณโรคปอดและ มีผลการเก็บเสมหะตรวจย้อมสีทนกรด (AFB) เป็นลบอย่างน้อยสองครั้ง ซึ่งผู้ป่วยที่ได้รับการคัดเลือกจะมีการใช้ HFO แบบสุ่ม ขณะที่ผู้ป่วยอีกกลุ่มจะไม่ได้มีการใช้ HFO ระหว่าง BAL โดยน้ำล้างปอดของผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มจะส่งตรวจย้อมสีทนกรด เพาะเชื้อวัณโรคและ PCR สำหรับวัณโรค ผลการศึกษา: ผู้ป่วยแปดสิบรายเข้าการศึกษานี้ โดยหลังสิ้นสุดการศึกษามีผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นวัณโรคปอด 32 ราย พบว่า diagnostic yield ของการเพาะเชื้อวัณโรคของกลุ่ม HFO 27.8%, และ non-HFO 21.1% (P = 0.71) ส่วน diagnostic yield ของการเพาะเชื้อวัณโรคจากเสมหะหลังการส่องกล้องหลอดลมของกลุ่ม HFO 22.2%, และ non-HFO 21.1% (P = 1.00) และในส่วน diagnostic yield ของการตรวจ PCR-TB ของกลุ่ม HFO 33.3%, และ non-HFO 21.1% (P = 0.47) สรุป: การเพิ่มอุปกรณ์ HFO ระหว่างการส่องกล้องหลอดลม พบว่า ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในการช่วยวินิจฉัยวัณโรคปอดในผู้ป่วยที่เสมหะตรวจย้อมสีทนกรดเป็นลบ อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่จะมีความไวเพิ่มขึ้นในกลุ่มที่ใช้ HFO ร่วมกับการตรวจ PCR-TB
