Publication:
ผลของการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อส่งเสริมผู้ดูแลในการจัดการดูแลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพและผลข้างเคียงระยะยาว ในเด็กโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดลิมโฟบลาสต์ภายหลังสิ้นสุดการรักษา

dc.contributor.authorพจนีย์ ด่านด่ารงรักษ์
dc.contributor.authorเรณูู พุกบุญมี
dc.contributor.authorสามารถ ภคกษมา
dc.contributor.authorจิราภรณ์ ปั้้นอยู่
dc.contributor.authorPotchanee Dandamrongrak
dc.contributor.authorRenu Pookboonmee
dc.contributor.authorSamart Pakakasama
dc.contributor.authorJiraporn Punyoo
dc.date.accessioned2024-06-25T02:38:40Z
dc.date.available2024-06-25T02:38:40Z
dc.date.created2567-06-25
dc.date.issued2566
dc.descriptionThe purposes of this study were to develop nursing practice guidelines for promoting caregivers to provide childcare management for children with acute lymphoblastic leukemia (ALL) after completion of treatment to compare caregiver’s childcare behaviors for children with ALL before and after receiving the nursing practice guidelines and to monitor late effects after the completion of treatment. The sample consisted of 20 caregivers of children with ALL from 1 year to 12 years of age who received support from nursing practice guidelines developed based on Creer’s self-management concept consisting of goal selection, information collection,information processing and evaluation, decision making, action, and self-reaction. The guidelines were divided into three phases, including the preparation phase, processing phase,and follow-up phase for four months. Data were collected using the Caregiver’s Childcare Behavior Questionnaire, and the Late Effects Assessment Form. Descriptive statistics and one-way repeated measures ANOVA were used for data analysis. The findings revealed that after receiving support from the nursing practice guidelines, the caregivers had significantly higher mean scores of childcare behaviors for children with ALL with statistical significance.After one month, there were two children having anemia. After four months, a total of children showed no signs or symptoms of abnormalities. The study results showed that nurses could apply the nursing practice guidelines to promote caregivers of children with ALL to modify the childcare behaviors after treatment completion for improving health.
dc.description.abstractการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์พัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อส่งเสริมผู้ดูแลในการจัด การดูแลเด็กโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน ชนิดลิมโฟบลาสต์ภายหลังสิ้นสุดการรักษา และนำมาทดลองใช้โดยเปรียบเทียบพฤติกรรมการดูแลสุขภาพเด็กโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน ชนิดลิมโฟบลาสต์ ก่อนและหลังได้รับการสนับสนุนการจัด การดูแลเด็ก และติดตามผลข้างเคียงระยะยาวภายหลังสิ้นสุดการรักษา กลุ่มตัวอย่างคือผู้ดูแลเด็กโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดลิมโฟบลาสต์ตั้งแต่อายุ 1 ปี ถึง 12 ปีจำนวน 20 ราย ได้รับการสนับสนุนตามแนวปฏิบัติการพยาบาลที่พัฒนาจากแนวคิดการจัดการตนเองของเครียร์ ประกอบด้วยการตั้งเป้าหมาย การเก็บรวบรวมข้อมูล การประมวลผลและการประเมินผลการตัดสินใจ การลงมือปฏิบัติและการสะท้อนกลับ ตนเอง แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเตรียมการ ระยะดำเนินการ และระยะติดตาม รวมเวลา 4 เดือน เครื่องมือที่ช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล (สำหรับ ผู้ดูแล) แบบ ประเมินผลข้างเคียงระยะยาว (สำหรับ ผู้ดูแล) และแบบสอบถามพฤติกรรมดูแลสุุขภาพเด็ก วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนาและสถิติความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำผลการศึกษาพบว่า ภายหลังได้รับ การสนับสนุนตามแนวปฏิบัติ การพยาบาล กลุ่มตัว อย่างมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลสุขภาพเด็กโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน ชนิดลิมโฟบลาสต์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ หลังดำเนินการ 1 เดือน พบมีอาการซีด 2 ราย หลังดำเนินการ 4 เดือน เด็กทั้งหมดไม่พบอาการหรืออาการแสดงความผิดปกติในทุกระบบจ ากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า พยาบาลสามารถนำแนวปฏิบัติการพยาบาลไปใช้กับ ผู้ดูแลเด็กโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน ชนิดลิมโฟบลาสต์เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพเด็กภายหลังสิ้นสุดการรักษาให้ เหมาะสมเพื่อส่งเสริมให้ มีสุขภาพดีขึ้น
dc.identifier.citationวารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล. ปีที่ 29, ฉบับที่ 2 (พ.ค.-ส.ค. 2566), 192-207
dc.identifier.issn2822-1370 (Print)
dc.identifier.issn2822-1389 (Online)
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/98956
dc.language.isotha
dc.rightsผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
dc.rights.holderโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
dc.rights.holderภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
dc.subjectผู้ดูแลเด็กโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
dc.subjectพฤติกรรมการดูแลสุขภาพเด็ก
dc.subjectผลข้างเคียงระยะยาว
dc.subjectการจัดการดูแลเด็ก
dc.subjectCaregivers
dc.subjectChildcare behaviors
dc.subjectChildcare management
dc.subjectChildren with acute lymphoblastic leukemia
dc.subjectLate effects
dc.titleผลของการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อส่งเสริมผู้ดูแลในการจัดการดูแลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพและผลข้างเคียงระยะยาว ในเด็กโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดลิมโฟบลาสต์ภายหลังสิ้นสุดการรักษา
dc.title.alternativeEffects of Nursing Practice Guidelines for Promoting Caregivers to Provide Care Management on Childcare Behaviors and Late Effects in Children with Acute Lymphoblastic Leukemia after Completion of Treatment
dc.typeResearch Article
dcterms.accessRightsopen access
dspace.entity.typePublication
mods.location.urlhttps://he02.tci-thaijo.org/index.php/RNJ/article/view/257994/192-207
oaire.citation.endPage207
oaire.citation.issue2
oaire.citation.startPage192
oaire.citation.titleวารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล
oaire.citation.volume29
oaire.versionAccepted Manuscript
oairecerif.author.affiliationมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี
oairecerif.author.affiliationมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. ภาควิชาศัลยศาสตร์

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
No Thumbnail Available
Name:
ra-ar-renu-2566.pdf
Size:
605.02 KB
Format:
Adobe Portable Document Format

Collections