Covid-19 crisis management of primary school teachers in Aojiang town, Pingyang county, Zhejiang province, China
4
2
Issued Date
2021
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
x, 131 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Ed. (Educational Management))--Mahidol University, 2021
Suggested Citation
Shula, Bai, 1992 Covid-19 crisis management of primary school teachers in Aojiang town, Pingyang county, Zhejiang province, China. Thesis (M.Ed. (Educational Management))--Mahidol University, 2021. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/113797
Title
Covid-19 crisis management of primary school teachers in Aojiang town, Pingyang county, Zhejiang province, China
Alternative Title(s)
การจัดการวิกฤติระบาดโคโรนาไวรัส 19 ของครูประถมศึกษา เมืองอาวจิ้ง เขตปิงยาง มณฑลซีเจียง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
The aims of this study were to examine COVID-19 crisis management and identify their related factors of primary school teachers during COVID-19 pandemic in Aojingtown, China. Totally, 300 from 547 primary school teachers in 8 primary schools were proportionally stratified and randomly selected. The cross-sectional survey with quantitative and qualitative study was conducted. The crisis management during crisis (responsiveness) was quantitative research, while crisis management before (risk reduction, readiness) and aftercrisis (recovery, risk reduction for next crisis) were qualitative researches. The instrument to identify related factors was questionnaire which checked for validity and reliability by IOC and Cronbach’s alpha, the results were more than 0.500 and 0.84 respectively. The descriptive statistics and t-test for quantitative data and content analysis for qualitative data were appliedin this study. The findings are as follow: the responsiveness of teachers is high level, whilerisk reduction and readiness are low levels which only for natural crisis such as earthquake orfire, not for pandemic crisis. For recovery and risk reduction of next crisis, every school has a plan to manage after crisis. The factors related to responsiveness are marital status, community participation, training of crisis management, knowledge, perception and social support. The suggestions were that the school must have training program and give knowledge (information) also. The government, community and school should promote crisis management to create perception and awareness for teachers and people.
การวิจัยนี้เป็นการสำรวจแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจการจัดการวิกฤติการระบาดโคโรนาไวรัส 19 ของครูประถมศึกษา เมืองอาวจิ้ง เขตปิงยาง มณฑลซีเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน และศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องในช่วงการระบาดของโคโรนาไวรัส 19 ครูทั้งหมด 300 คน จากทั้งหมด 547 คนที่ผ่านการสุ่มตามสัดส่วนแบบแบ่งชั้นได้เข้าร่วมการศึกษานี้ การศึกษาการจัดการวิกฤติระหว่างการระบาดของโคโรนาไวรัส 19 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยการสำรวจ ส่วนการศึกษาการจัดการวิกฤติก่อนและหลังการระบาดของโคโรนาไวรัส 19 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา แบบสอบถามตอบด้วยตนเองเป็นเครื่องมือการวิจัยเชิงปริมาณได้ผ่านการทดสอบคุณภาพโดยความตรงเชิงเนื้อหาผ่านการตรวจของผู้ทรงคุณวุฒิ และความเที่ยงมีค่า 0.84 จากการทดสอบของครูในเมืองอื่น 30 คน การวิเคราะห์สถิติเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงพรรณนา และเชิงอนุมานด้วย t-test ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาผลการวิจัยพบว่า การจัดการวิกฤติระหว่างการระบาดโคโรนาไวรัส 19 อยู่ในระดับสูง ส่วนการจัดการวิกฤติก่อนการระบาดโคโรนาไวรัส 19 อยู่ในระดับต่ำ โดยส่วนใหญ่เป็นการจัดการภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ไฟไหม้ สำหรับการจัดการวิกฤติหลังการระบาดโคโรนาไวรัส 19 แต่ละโรงเรียนมีแผนฟื้นฟูและลดความเสี่ยงการเกิดวิกฤติในครั้งต่อไปปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการวิกฤติระหว่างการระบาดโคโรนาไวรัส 19 ได้แก่ ความรู้ การรับรู้ การมีส่วนร่วมกับชุมชน การฝึกการจัดการวิกฤติ การสนับสนุนทางสังคม และสถานภาพสมรสข้อเสนอแนะจากการวิจัยนี้ คือ โรงเรียนควรจัดให้มีการฝึกการจัดการวิกฤติ ควรให้ความรู้และข้อมูลข่าวสาร รัฐบาล ชุมชน โรงเรียนควรประชาสัมพันธ์ให้เกิดการรับรู้ และความตระหนักต่อการจัดการวิกฤติแก่ครูและประชาชนทั่วไป
การวิจัยนี้เป็นการสำรวจแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจการจัดการวิกฤติการระบาดโคโรนาไวรัส 19 ของครูประถมศึกษา เมืองอาวจิ้ง เขตปิงยาง มณฑลซีเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน และศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องในช่วงการระบาดของโคโรนาไวรัส 19 ครูทั้งหมด 300 คน จากทั้งหมด 547 คนที่ผ่านการสุ่มตามสัดส่วนแบบแบ่งชั้นได้เข้าร่วมการศึกษานี้ การศึกษาการจัดการวิกฤติระหว่างการระบาดของโคโรนาไวรัส 19 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยการสำรวจ ส่วนการศึกษาการจัดการวิกฤติก่อนและหลังการระบาดของโคโรนาไวรัส 19 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา แบบสอบถามตอบด้วยตนเองเป็นเครื่องมือการวิจัยเชิงปริมาณได้ผ่านการทดสอบคุณภาพโดยความตรงเชิงเนื้อหาผ่านการตรวจของผู้ทรงคุณวุฒิ และความเที่ยงมีค่า 0.84 จากการทดสอบของครูในเมืองอื่น 30 คน การวิเคราะห์สถิติเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงพรรณนา และเชิงอนุมานด้วย t-test ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาผลการวิจัยพบว่า การจัดการวิกฤติระหว่างการระบาดโคโรนาไวรัส 19 อยู่ในระดับสูง ส่วนการจัดการวิกฤติก่อนการระบาดโคโรนาไวรัส 19 อยู่ในระดับต่ำ โดยส่วนใหญ่เป็นการจัดการภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ไฟไหม้ สำหรับการจัดการวิกฤติหลังการระบาดโคโรนาไวรัส 19 แต่ละโรงเรียนมีแผนฟื้นฟูและลดความเสี่ยงการเกิดวิกฤติในครั้งต่อไปปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการวิกฤติระหว่างการระบาดโคโรนาไวรัส 19 ได้แก่ ความรู้ การรับรู้ การมีส่วนร่วมกับชุมชน การฝึกการจัดการวิกฤติ การสนับสนุนทางสังคม และสถานภาพสมรสข้อเสนอแนะจากการวิจัยนี้ คือ โรงเรียนควรจัดให้มีการฝึกการจัดการวิกฤติ ควรให้ความรู้และข้อมูลข่าวสาร รัฐบาล ชุมชน โรงเรียนควรประชาสัมพันธ์ให้เกิดการรับรู้ และความตระหนักต่อการจัดการวิกฤติแก่ครูและประชาชนทั่วไป
Description
Educational Management (Mahidol University 2021)
Degree Name
Master of Education
Degree Level
Masters
Degree Department
Faculty of Social Sciences and Humanities
Degree Discipline
Educational Management
Degree Grantor(s)
Mahidol University
