The development of the state policy and administration on co-operative and its effect to co-operative movement in Thailand : the study of the past 100 years and present situations, and future direction
2
1
Issued Date
2019
Copyright Date
2019
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
x, 257 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (D.P.A. (Public Policy and Public Management))--Mahidol University, 2019
Suggested Citation
Kultida Singsee The development of the state policy and administration on co-operative and its effect to co-operative movement in Thailand : the study of the past 100 years and present situations, and future direction. Thesis (D.P.A. (Public Policy and Public Management))--Mahidol University, 2019. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/114979
Title
The development of the state policy and administration on co-operative and its effect to co-operative movement in Thailand : the study of the past 100 years and present situations, and future direction
Alternative Title(s)
พัฒนาการนโยบายและการบริหารงานของรัฐว่าด้วยสหกรณ์และผลกระทบต่อการดำเนินงานของขบวนการสหกรณ์ไทย : การศึกษาในรอบ 100 ปี ที่ผ่านมา สถานการณ์ปัจจุบัน และทิศทางในอนาคต
Author(s)
Abstract
This study aims 1) to study the history and evolution of co-operatives in Thailand and the roles of the state that are associated with co-operatives in Thailand in the past century, 2) to study problems and evaluation performance of co-operatives in Thailand including problems of government agencies that take charge for promoting and supervising co-operatives, and 3) to seek suggestions and guidance to improving co-operative policies, roles of government and co-operatives performance in Thailand. The study was a mixed method research. Data were collected using interview and the focus group with 56 people who have been involved in the co-operative as government officer, co-operative officer and the representative of apex co-operative organization and a questionnaire survey with 300 representatives of 7 types of co-operative. In addition, data from documents and statistics were collected. The research results found that the pattern and origin of the notion of a co-operative established in Thailand were like others developing countries which have state as a leader to bring the notion of co-operative, distribute and establish co-operatives. The roles of the government were the promoter, advisor, supervisor, and regulator. The pattern of government administration with Thai co-operative in the past century kept changing as the role of promoter or supervisor. Concerning the problems of co-operative, it was found that most Thai co-operatives gave importance to the financial business. Therefore, they could not serve the need and help members in other dimensions. The members did not have a joint business with co-operative, and several co-operatives focused on seeking more profit to share with their members. Regarding the performance of the Thai co-operative compliance with co-operative principles, it was found that the operation of Thai co-operative did not follow the international co-operative principle in several aspects, especially on the first, fourth and six topics. The problem of the government agencies that are responsible for promoting and supervising co-operatives was found that there was a no clear policy to support the co-operative to be autonomous and self-reliance. The problems of insufficient officer, lack of business skill, and the fear of using discretionary powers affected the change of government officer role from promoter to controller or inspector, especially the co-operatives where misconduct and corruption were found. The suggestion from this research is that the co-operative law be amended by adjusting the roles of government as well as encouraging a strong co-operative apex organization to play a major role in their associations.
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ประวัติและพัฒนาการนโยบายสหกรณ์และบทบาทของรัฐที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ในประเทศไทย ในรอบ 100 ปี ที่ผ่านมา 2) เพื่อศึกษาปัญหาและประเมินผลการดำเนินงานของสหกรณ์ไทย รวมทั้งปัญหาของหน่วยงานรัฐที่ทำหน้าที่ส่งเสริมและการกำกับดูแลสหกรณ์ในประเทศไทยในปัจจุบัน และ 3) เพื่อหาข้อเสนอแนะ แนวทางการปรับปรุงนโยบายสหกรณ์ บทบาทหน่วยงานรัฐ และการดำเนินงานของสหกรณ์ไทย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสานระหว่างวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพและวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ จากการเก็บข้อมูลจากเอกสาร สถิติผลการดำเนินงานต่างๆ ของสหกรณ์ การสัมภาษณ์ และการจัดสนทนากลุ่ม และจากผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสหกรณ์ ทั้งในด้านของเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่สหกรณ์ และตัวแทนชุมนุมสหกรณ์ต่างๆ รวมทั้งสิ้น 56 คน รวมทั้งการเก็บข้อมูลแบบจากสอบถาม จากกลุ่มตัวอย่างสหกรณ์ไทย 7 ประเภท ทั้งหมด 300 แห่ง ผลการศึกษา พบว่า รูปแบบการกำเนิดและแนวคิดการจัดตั้งสหกรณ์ในประเทศไทยมีรูปแบบเหมือนกับการกำเนิดสหกรณ์ในประเทศกำลังพัฒนาหลายๆ ประเทศ คือมีรัฐเป็นผู้ริเริ่มนำแนวคิดสหกรณ์มาส่งเสริม เผยแพร่ และจัดตั้งในหมู่ประชาชน บทบาทของรัฐทำหน้าที่ทั้งเป็นผู้ส่งเสริม ให้คำปรึกษาแนะนำ ควบคุมกำกับดูแล รวมทั้งออกกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานสหกรณ์ โดยรูปแบบของการบริหารงานสหกรณ์ของรัฐไทยที่ผ่านมานั้นมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปมาระหว่างการเน้นบทบาทด้านการส่งเสริมและการควบคุมดูแลสหกรณ์ สำหรับปัญหาการดำเนินงานของสหกรณ์ไทยในปัจจุบัน พบว่า สหกรณ์ไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการเงินเป็นหลัก จึงทำให้สหกรณ์ไม่สามารถตอบสนองความต้องการและช่วยเหลือสมาชิกในด้านอื่นๆ ได้มากนัก สมาชิกมีส่วนร่วมในการทำธุรกิจกับสหกรณ์น้อย และสหกรณ์หลายแห่งมุ่งทำธุรกิจเพื่อแสวงหาผลกำไรมาแบ่งปันกันในหมู่สมาชิกมากขึ้น ด้านผลการดำเนินงานตามหลักการสหกรณ์ของสหกรณ์ไทย พบว่าสหกรณ์ไทยยังไม่ได้มีการปฏิบัติตามหลักการสหกรณ์สากลหลายด้าน โดยเฉพาะหลักการข้อที่ 1, 4 และ 6 ขณะที่ปัญหาการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐที่ทำหน้าที่ส่งเสริมและกำกับดูแลสหกรณ์ พบว่ายังไม่มีนโยบายชัดเจนที่ส่งเสริมให้สหกรณ์เป็นอิสระและพึ่งตนเองได้ แต่ปัญหาความไม่พอเพียงของเจ้าหน้าที่ การขาดความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจ และการเกรงกลัวการใช้อำนาจดุลพินิจที่ผิดพลาด ส่งผลให้ทำให้เจ้าหน้าที่เปลี่ยนบทบาทจากผู้แนะนำส่งเสริมไปเป็นผู้ควบคุมหรือกำกับตรวจสอบ โดยเฉพาะเมื่อสหกรณ์ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือมีการทุจริตเกิดขึ้น สำหรับข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งนี้คือ ควรมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายสหกรณ์ ปรับเปลี่ยนบทบาทของหน่วยงานรัฐ รวมทั้งส่งเสริมให้ขบวนการสหกรณ์ที่เข้มแข็งแล้วเข้ามาทำหน้าที่ช่วยเหลือและดูแลกันภายในขบวนการได้มากขึ้น
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ประวัติและพัฒนาการนโยบายสหกรณ์และบทบาทของรัฐที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ในประเทศไทย ในรอบ 100 ปี ที่ผ่านมา 2) เพื่อศึกษาปัญหาและประเมินผลการดำเนินงานของสหกรณ์ไทย รวมทั้งปัญหาของหน่วยงานรัฐที่ทำหน้าที่ส่งเสริมและการกำกับดูแลสหกรณ์ในประเทศไทยในปัจจุบัน และ 3) เพื่อหาข้อเสนอแนะ แนวทางการปรับปรุงนโยบายสหกรณ์ บทบาทหน่วยงานรัฐ และการดำเนินงานของสหกรณ์ไทย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสานระหว่างวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพและวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ จากการเก็บข้อมูลจากเอกสาร สถิติผลการดำเนินงานต่างๆ ของสหกรณ์ การสัมภาษณ์ และการจัดสนทนากลุ่ม และจากผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสหกรณ์ ทั้งในด้านของเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่สหกรณ์ และตัวแทนชุมนุมสหกรณ์ต่างๆ รวมทั้งสิ้น 56 คน รวมทั้งการเก็บข้อมูลแบบจากสอบถาม จากกลุ่มตัวอย่างสหกรณ์ไทย 7 ประเภท ทั้งหมด 300 แห่ง ผลการศึกษา พบว่า รูปแบบการกำเนิดและแนวคิดการจัดตั้งสหกรณ์ในประเทศไทยมีรูปแบบเหมือนกับการกำเนิดสหกรณ์ในประเทศกำลังพัฒนาหลายๆ ประเทศ คือมีรัฐเป็นผู้ริเริ่มนำแนวคิดสหกรณ์มาส่งเสริม เผยแพร่ และจัดตั้งในหมู่ประชาชน บทบาทของรัฐทำหน้าที่ทั้งเป็นผู้ส่งเสริม ให้คำปรึกษาแนะนำ ควบคุมกำกับดูแล รวมทั้งออกกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานสหกรณ์ โดยรูปแบบของการบริหารงานสหกรณ์ของรัฐไทยที่ผ่านมานั้นมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปมาระหว่างการเน้นบทบาทด้านการส่งเสริมและการควบคุมดูแลสหกรณ์ สำหรับปัญหาการดำเนินงานของสหกรณ์ไทยในปัจจุบัน พบว่า สหกรณ์ไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการเงินเป็นหลัก จึงทำให้สหกรณ์ไม่สามารถตอบสนองความต้องการและช่วยเหลือสมาชิกในด้านอื่นๆ ได้มากนัก สมาชิกมีส่วนร่วมในการทำธุรกิจกับสหกรณ์น้อย และสหกรณ์หลายแห่งมุ่งทำธุรกิจเพื่อแสวงหาผลกำไรมาแบ่งปันกันในหมู่สมาชิกมากขึ้น ด้านผลการดำเนินงานตามหลักการสหกรณ์ของสหกรณ์ไทย พบว่าสหกรณ์ไทยยังไม่ได้มีการปฏิบัติตามหลักการสหกรณ์สากลหลายด้าน โดยเฉพาะหลักการข้อที่ 1, 4 และ 6 ขณะที่ปัญหาการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐที่ทำหน้าที่ส่งเสริมและกำกับดูแลสหกรณ์ พบว่ายังไม่มีนโยบายชัดเจนที่ส่งเสริมให้สหกรณ์เป็นอิสระและพึ่งตนเองได้ แต่ปัญหาความไม่พอเพียงของเจ้าหน้าที่ การขาดความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจ และการเกรงกลัวการใช้อำนาจดุลพินิจที่ผิดพลาด ส่งผลให้ทำให้เจ้าหน้าที่เปลี่ยนบทบาทจากผู้แนะนำส่งเสริมไปเป็นผู้ควบคุมหรือกำกับตรวจสอบ โดยเฉพาะเมื่อสหกรณ์ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือมีการทุจริตเกิดขึ้น สำหรับข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งนี้คือ ควรมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายสหกรณ์ ปรับเปลี่ยนบทบาทของหน่วยงานรัฐ รวมทั้งส่งเสริมให้ขบวนการสหกรณ์ที่เข้มแข็งแล้วเข้ามาทำหน้าที่ช่วยเหลือและดูแลกันภายในขบวนการได้มากขึ้น
Degree Name
Doctor of Public Administration
Degree Level
Doctoral degree
Degree Department
Faculty of Social Sciences and Humanities
Degree Discipline
Public Policy and Public Management
Degree Grantor(s)
Mahidol University
