Publication: Factors associated with AIV/AIDS preventive behavior among high school students in Dongda District, Hanoi Vietnam
4
3
Issued Date
2008
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
93492 bytes
Rights
Mahidol University
Bibliographic Citation
Journal of Public Health. Vol.38, No.2 (2008), 174-185
Suggested Citation
Taechboonsermsak, P, Pimsurang Taechboonsermsak, Tuan, LHT, Apinuntavech, S, พิมพ์สุรางค์ เตชะบุญเสริมศักดิ์ Factors associated with AIV/AIDS preventive behavior among high school students in Dongda District, Hanoi Vietnam. Journal of Public Health. Vol.38, No.2 (2008), 174-185. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/2319
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Factors associated with AIV/AIDS preventive behavior among high school students in Dongda District, Hanoi Vietnam
Alternative Title(s)
ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อ HIV/AIDS ของเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ในอำเภอดองดา เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม
Abstract
This cross-sectional study is aimed at determining the influences of demographic characteristics, knowledge, attitude toward HIV/AIDS prevention and family factors on HIV/AIDS prevention behavior of high school students in Dongda District, Hanoi, Vietnam. A total 398 of students were selected
using a systemic random sampling technique. Data obtained through a self - administered questionnaire in February 2006. Statistical analysis was performed by descriptive statistics and Chi-Square test.
The result revealed that more than half of students (58.8%) have poor communication with
parents/caretakers that there were 26.4 percent of the students who had a high level of positive knowledge about HIV/AIDS prevention and 26.9 percent of them had a high level of attitude toward HIV/AIDS prevention. Concerning HIV/AIDS preventive behavior, 50.8 percent of the students had
practice inappropriate HIV/AIDS preventive behavior, with 4 cases having sexual experiences. There were no associations between knowledge and attitude about HIV/AIDS prevention with HIV/AIDS
preventive behavior. And there were associations between age of students, grade of students, parents/caretaker’s age, Parents/caretaker-student’s communication and HIV/AIDS preventive behavior
(p-value <0.05).
From this finding, the level of knowledge and attitude about HIV/AIDS prevention among the students is found to be limited. Parent/caretaker-student’s communication was not completely open. The following activities are this recommended; sex education and health education should begin at home at an early age. Parents/caretaker becomes primary educators of their own children. Communication campaigns to enhance the attitude, awareness of parents about how to bring up their children on should
be better emphasized.
การสำรวจแบบภาคตัดขวาง ใช้วิธีการสุ่มอย่างมีระบบ เพื่อศึกษา ระดับความรู้ เจตคติ และพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อ HIV/AIDS ของเด็กนักเรียนมัธยม จำนวน 389 คน ในอำเภอดองดา เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ 2548 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบตอบด้วยตัวเอง นักเรียนส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 15-18 ปี และพักอาศัยอยู่กับบิดา มารดา ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนร้อยละ 58.8 มีการสื่อสารกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองไม่ดี นักเรียนส่วนน้อย (ร้อยละ 26.4 ) มีความรู้เรื่องพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อ HIV/AIDS อยู่ในระดับดี นักเรียนร้อยละ 26.9 มีเจตคติที่ดีในเรื่องการป้องกันการติดเชื้อ HIV/AIDS และครึ่งหนึ่งของนักเรียน (ร้อยละ 50.8) มีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการ้ปองกันการติดเชื้อ HIV/AIDS โดยที่ในจำนวนนี้มีนักเรียน จำนวน 4 ราย ที่ให้ข้อมูลว่าเคยมีเพศสมัพันธ์ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ ที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อ HIV/AIDS พบว่า อายุของนักเรียน ระดับการศึกษาของนักเรียน อายุของพ่อแม่หรือผู้ปกครอง การสื่อสารระหว่างพ่อแม่หรือผู้ปกครองกับเด็กนักเรียน มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อ HIV/AIDS อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จากผลการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่านักเรียนในระดับมัธยมศึกษาส่วนใหญ่ยังมีความรู้ เจตคติ รวมทั้งมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อ HIV/AIDS ดังนั้นจึงควรจัดให้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับเพศศึกษาและการส่งเสริมสุขภาพให้มากขึ้น โดยเริ่มสอนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา เพื่อให้นักเรียนสามารถที่จะป้องกันตนเองจากการมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องได้ดีขึ้น รวมทั้งสร้างเสริมสัมพันธภาพในครอบครัวเพื่อให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการดูแลนักเรียนได้ดีขึ้น
การสำรวจแบบภาคตัดขวาง ใช้วิธีการสุ่มอย่างมีระบบ เพื่อศึกษา ระดับความรู้ เจตคติ และพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อ HIV/AIDS ของเด็กนักเรียนมัธยม จำนวน 389 คน ในอำเภอดองดา เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ 2548 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบตอบด้วยตัวเอง นักเรียนส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 15-18 ปี และพักอาศัยอยู่กับบิดา มารดา ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนร้อยละ 58.8 มีการสื่อสารกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองไม่ดี นักเรียนส่วนน้อย (ร้อยละ 26.4 ) มีความรู้เรื่องพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อ HIV/AIDS อยู่ในระดับดี นักเรียนร้อยละ 26.9 มีเจตคติที่ดีในเรื่องการป้องกันการติดเชื้อ HIV/AIDS และครึ่งหนึ่งของนักเรียน (ร้อยละ 50.8) มีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการ้ปองกันการติดเชื้อ HIV/AIDS โดยที่ในจำนวนนี้มีนักเรียน จำนวน 4 ราย ที่ให้ข้อมูลว่าเคยมีเพศสมัพันธ์ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ ที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อ HIV/AIDS พบว่า อายุของนักเรียน ระดับการศึกษาของนักเรียน อายุของพ่อแม่หรือผู้ปกครอง การสื่อสารระหว่างพ่อแม่หรือผู้ปกครองกับเด็กนักเรียน มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อ HIV/AIDS อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จากผลการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่านักเรียนในระดับมัธยมศึกษาส่วนใหญ่ยังมีความรู้ เจตคติ รวมทั้งมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อ HIV/AIDS ดังนั้นจึงควรจัดให้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับเพศศึกษาและการส่งเสริมสุขภาพให้มากขึ้น โดยเริ่มสอนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา เพื่อให้นักเรียนสามารถที่จะป้องกันตนเองจากการมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องได้ดีขึ้น รวมทั้งสร้างเสริมสัมพันธภาพในครอบครัวเพื่อให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการดูแลนักเรียนได้ดีขึ้น
