Comparative study of pyrethroids impregnated mosquito nets with DDT residual spraying for malaria control in Thailand
2
Issued Date
2023
Copyright Date
1994
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
vii, 221 leaves : ill. (some col.)
Access Rights
restricted access
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (Ph.D. (Biology))--Mahidol University, 1994
Suggested Citation
Malinee Prasittisuk Comparative study of pyrethroids impregnated mosquito nets with DDT residual spraying for malaria control in Thailand. Thesis (Ph.D. (Biology))--Mahidol University, 1994. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/89692
Title
Comparative study of pyrethroids impregnated mosquito nets with DDT residual spraying for malaria control in Thailand
Alternative Title(s)
การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้มุ้งชุบสารไพรีทรอยด์และการพ่นดีดีทีเพื่อควบคุมไข้มาลาเรียในประเทศไทย
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
A study to compare the effect of pyrethroid impregnated mosquito nets with DDT indoor residual spraying on malaria control has been carried out in an area of high malaria incidence with a 20 year history of DDT spraying at Karen villages in Mae Ramard District, Tak Province, west of Thailand. Ten hamlets of 189 houses with 1,010 population were given only mosquito nets impregnated with lambdacyhalothrin at the dosage of 0.02 gm. a.i/m(2). Twelve hamlets of 294 houses and 1,315 population were sprayed with 2 gm. a.i./m(2) DDT indoors and another six hamlets with 171 houses and 695 population were withdrawn from DDT spraying and no distribution of mosquito nets. Application of lambdacyhalothrin impregnated mosquito nets and DDT spraying were done once each year in June for three years from 1991-1993. Community participated in the impregnation process. It was found that the residual effect of 0.02 gm. a.i/m(2) lambdacyhalothrin was longer than 1 year and suggest that impregnation with this chemical only once a year will be sufficient. All three major malaria vectors i.e. A. dirus, A. minimus and A. maculatus were highly susceptible to this chemical. A high acceptance by the people involved in impregnation and using the mosquito nets was observed. Both entomological and epidemiological impacts were evaluated. Neither lambdacyhalothrin impregnated mosquito nets nor DDT residual spraying had a demonstrable impact on vector density or age composition. In experimental huts, mosquito net s impregnated with permethrin or deltamethrin or lambdacyhalothrin or etofenprox had repellency and killing effects; in local houses, impregnation of incompletely closed and torn mosquito nets, with the same 4 pyrethroids, did not deter mosquitoes from landing on baits inside the nets, but had a significant killing effect; both in experimental huts and in local houses, permethrin produce greater mortality than the 3 other pyrethroids. With respect to epidemiological evaluation, both lambdacyhalothrin impregnated mosquito nets and DDT residual spraying had an apparent impact on both prevalence and incidence of malaria, but circumstances imposed some restrictions on the study design (non-random allocation; non-replication; only one baseline prevalence survey), which do not allow to attribute with confidence the apparent impacts to the interventions.
การศึกษาได้ดำเนินการที่ จังหวัดตาก โดยคัดเลือก ท้องที่ออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นท้องที่สำหรับการศึกษา การใช้มุ้งชุบสารไพรีทรอยด์แลมดาไซฮาโลทริน ประกอบด้วย 10 กลุ่มบ้าน ครอบคลุมบ้าน 189 หลัง ประชากร 1,010 คน ในท้องที่หมู่ 2 และ 4 ตำบลสามหมื่น กลุ่มที่สองเป็นท้องที่ พ่นดีดีทีประกอบด้วย 12 กลุ่มบ้าน มีบ้าน 294 หลัง ประชากร 1,315 คน ในพื้นที่หมู่ 1 และ 3 ตำบลสามหมื่น กลุ่มที่สามเป็นท้องที่เปรียบเทียบไม่ใช้ทั้งมุ้งชุบสาร เคมีและดีดีที แต่มีการเจาะเลือดค้นหาผู้ป่วยและให้การ รักษาตามปกติ ประกอบด้วย 6 กลุ่มบ้าน ซึ่งเคยพ่นดีดีที ของหมู่ 7 และ 10 ตำบลแม่จะเรา ประชากร 695 คน บ้าน 171 หลัง ได้ศึกษาข้อมูลทางสังคมวิทยาของพื้นที่ รวมทั้งข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับความรู้ ทัศนคติ การยอมรับ การใช้มุ้งชุบป้องกันมาลาเรีย ศึกษาข้อมูลทางระบาดวิทยา กีฏวิทยา ภูมิคุ้มกันวิทยา เศรษฐกิจสังคมและพฤติกรรม ของชาวกะเหรี่ยง การชุบมุ้งทำในถุงพลาสติกแยกชุบเดี่ยว สารไพรีทรอยด์ที่ใช้ชุบในขนาด 20 มิลลิกรัมต่อตารางเมตร แจกมุ้งให้ชาวบ้านโดยชาวบ้านทำงานพัฒนาถนนเข้าหมู่บ้าน ทดแทนเป็นค่ามุ้ง ทำการชุบมุ้ง 3 ปี ๆ ละครั้งในเดือน มิถุนายน ระหว่างปี 2534-2536 สำหรับพื้นที่ดีดีที ได้ ดำเนินการพ่นดีดีทีในขนาด 2 กรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร และดำเนินการพ่นปีละ 1 ครั้งช่วงระยะเวลาเดียวกับการ ใช้มุ้งชุบ จากการศึกษาพบว่ายุงพาหะนำไข้มาลาเรียในท้องที่ มีความไวต่อสารไพรีทรอยด์สูง และพบว่าฤทธิ์คงทน (residual effect) ของแลมดาไซฮาโลทริน ขนาด 20 มิลลิกรัมต่อตารางเมตร (0.02 gm.a.i/m(2)) บนมุ้งไนลอน สามารถมีฤทธิ์ฆ่ายุงได้นานมากกว่า 1 ปี การชุบมุ้งจึงสามารถทำเพียงปีละครั้ง ประชาชนชาวกะเกรี่ยง ให้ความร่วมมือและยอมรับการใช้มุ้งชุบไพรีทรอยด์เป็น อย่างดี สามารถชุบมุ้งได้ด้วยตนเอง การศึกษาทางกีฏวิทยา ไม่พบว่าทั้งมุ้งชุบแลมดาไซฮาโลทรินและการพ่นดีดีทีมีผล ต่อความชุกชุมและอายุขัยของยุงพาหะในพื้นที่ จากการ ศึกษาในกระท่อมทดลองพบว่ามุ้งชุบเพอร์มีทริน หรือ เดลตามีทริน หรือ แลมดาไซฮาโลทริน หรือ อีโธเฟนพรอกซ์ มีฤทธิ์ขับไล่และมีฤทธิ์ในการฆ่ายุงได้ แต่จากการนำมุ้ง ชุบไพรีทรอยด์ดังกล่าวไปศึกษาในบ้านชาวบ้านในพื้นที่ พบว่ามุ้งชุบสารไพรีทรอยด์ที่ขาดหรือมุ้งที่กางตลบด้าน หนึ่งขึ้น (มุ้งกางไม่เรียบร้อย) ไม่มีผลในการขับไล่ยุง ที่เข้ามาหากินเลือดคนในมุ้ง แต่มุ้งที่ชุบสารเคมีดังกล่าว ข้างต้นสามารถฆ่ายุงได้เป็นอย่างดี สารเพอร์มีทรินชุบมุ้ง ให้ผลในการฆ่ายุงดีที่สุด การศึกษาด้านระบาดวิทยาพบว่า ทั้งการใช้มุ้งชุบแลมดาไซฮาโลทริน และการพ่นดีดีที ให้ผลในการลดอัตราความชุกของโรคและอุบัติการเกิด โรคมาลาเรียได้ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากข้อจำกัด ในการกำหนดแบบและแนวทางการศึกษาในสนามซึ่งเกี่ยว ข้องกับประชาชนไม่สามารถทำการสุ่มเลือกพื้นที่ศึกษาได้ ดังได้กล่าวไว้ในรายละเอียด การศึกษานี้ยังไม่ได้ศึกษา ยืนยันซ้ำ ผลการวิจัยด้านระบาดวิทยาจึงไม่สามารถสรุป ยืนยันได้ในเรื่องการลดปัญหาการเกิดโรคมาลาเรียอย่าง ชัดเจน จำเป็นต้องมีการศึกษาเพื่อสรุปผลยืนยันต่อไป
การศึกษาได้ดำเนินการที่ จังหวัดตาก โดยคัดเลือก ท้องที่ออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นท้องที่สำหรับการศึกษา การใช้มุ้งชุบสารไพรีทรอยด์แลมดาไซฮาโลทริน ประกอบด้วย 10 กลุ่มบ้าน ครอบคลุมบ้าน 189 หลัง ประชากร 1,010 คน ในท้องที่หมู่ 2 และ 4 ตำบลสามหมื่น กลุ่มที่สองเป็นท้องที่ พ่นดีดีทีประกอบด้วย 12 กลุ่มบ้าน มีบ้าน 294 หลัง ประชากร 1,315 คน ในพื้นที่หมู่ 1 และ 3 ตำบลสามหมื่น กลุ่มที่สามเป็นท้องที่เปรียบเทียบไม่ใช้ทั้งมุ้งชุบสาร เคมีและดีดีที แต่มีการเจาะเลือดค้นหาผู้ป่วยและให้การ รักษาตามปกติ ประกอบด้วย 6 กลุ่มบ้าน ซึ่งเคยพ่นดีดีที ของหมู่ 7 และ 10 ตำบลแม่จะเรา ประชากร 695 คน บ้าน 171 หลัง ได้ศึกษาข้อมูลทางสังคมวิทยาของพื้นที่ รวมทั้งข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับความรู้ ทัศนคติ การยอมรับ การใช้มุ้งชุบป้องกันมาลาเรีย ศึกษาข้อมูลทางระบาดวิทยา กีฏวิทยา ภูมิคุ้มกันวิทยา เศรษฐกิจสังคมและพฤติกรรม ของชาวกะเหรี่ยง การชุบมุ้งทำในถุงพลาสติกแยกชุบเดี่ยว สารไพรีทรอยด์ที่ใช้ชุบในขนาด 20 มิลลิกรัมต่อตารางเมตร แจกมุ้งให้ชาวบ้านโดยชาวบ้านทำงานพัฒนาถนนเข้าหมู่บ้าน ทดแทนเป็นค่ามุ้ง ทำการชุบมุ้ง 3 ปี ๆ ละครั้งในเดือน มิถุนายน ระหว่างปี 2534-2536 สำหรับพื้นที่ดีดีที ได้ ดำเนินการพ่นดีดีทีในขนาด 2 กรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร และดำเนินการพ่นปีละ 1 ครั้งช่วงระยะเวลาเดียวกับการ ใช้มุ้งชุบ จากการศึกษาพบว่ายุงพาหะนำไข้มาลาเรียในท้องที่ มีความไวต่อสารไพรีทรอยด์สูง และพบว่าฤทธิ์คงทน (residual effect) ของแลมดาไซฮาโลทริน ขนาด 20 มิลลิกรัมต่อตารางเมตร (0.02 gm.a.i/m(2)) บนมุ้งไนลอน สามารถมีฤทธิ์ฆ่ายุงได้นานมากกว่า 1 ปี การชุบมุ้งจึงสามารถทำเพียงปีละครั้ง ประชาชนชาวกะเกรี่ยง ให้ความร่วมมือและยอมรับการใช้มุ้งชุบไพรีทรอยด์เป็น อย่างดี สามารถชุบมุ้งได้ด้วยตนเอง การศึกษาทางกีฏวิทยา ไม่พบว่าทั้งมุ้งชุบแลมดาไซฮาโลทรินและการพ่นดีดีทีมีผล ต่อความชุกชุมและอายุขัยของยุงพาหะในพื้นที่ จากการ ศึกษาในกระท่อมทดลองพบว่ามุ้งชุบเพอร์มีทริน หรือ เดลตามีทริน หรือ แลมดาไซฮาโลทริน หรือ อีโธเฟนพรอกซ์ มีฤทธิ์ขับไล่และมีฤทธิ์ในการฆ่ายุงได้ แต่จากการนำมุ้ง ชุบไพรีทรอยด์ดังกล่าวไปศึกษาในบ้านชาวบ้านในพื้นที่ พบว่ามุ้งชุบสารไพรีทรอยด์ที่ขาดหรือมุ้งที่กางตลบด้าน หนึ่งขึ้น (มุ้งกางไม่เรียบร้อย) ไม่มีผลในการขับไล่ยุง ที่เข้ามาหากินเลือดคนในมุ้ง แต่มุ้งที่ชุบสารเคมีดังกล่าว ข้างต้นสามารถฆ่ายุงได้เป็นอย่างดี สารเพอร์มีทรินชุบมุ้ง ให้ผลในการฆ่ายุงดีที่สุด การศึกษาด้านระบาดวิทยาพบว่า ทั้งการใช้มุ้งชุบแลมดาไซฮาโลทริน และการพ่นดีดีที ให้ผลในการลดอัตราความชุกของโรคและอุบัติการเกิด โรคมาลาเรียได้ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากข้อจำกัด ในการกำหนดแบบและแนวทางการศึกษาในสนามซึ่งเกี่ยว ข้องกับประชาชนไม่สามารถทำการสุ่มเลือกพื้นที่ศึกษาได้ ดังได้กล่าวไว้ในรายละเอียด การศึกษานี้ยังไม่ได้ศึกษา ยืนยันซ้ำ ผลการวิจัยด้านระบาดวิทยาจึงไม่สามารถสรุป ยืนยันได้ในเรื่องการลดปัญหาการเกิดโรคมาลาเรียอย่าง ชัดเจน จำเป็นต้องมีการศึกษาเพื่อสรุปผลยืนยันต่อไป
Degree Name
Doctor of Philosophy
Degree Level
Doctoral Degree
Degree Department
Faculty of Science
Degree Discipline
Biology
Degree Grantor(s)
Mahidol University
