Preventative measures against online hate speech : a case study of political conflict
14
Issued Date
2023
Copyright Date
2016
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
x, 107 leaves
Access Rights
restricted access
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (Ph.D. (Criminology, Justice Administration and Society))--Mahidol University, 2016
Suggested Citation
Wanpadej Hongthong Preventative measures against online hate speech : a case study of political conflict. Thesis (Ph.D. (Criminology, Justice Administration and Society))--Mahidol University, 2016. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/89804
Title
Preventative measures against online hate speech : a case study of political conflict
Alternative Title(s)
มาตรการป้องกันการใช้ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังในสังคมออนไลน์ : กรณีศึกษาความขัดแย้งทางการเมือง
Author(s)
Abstract
This research aimed to investigate the public sector agencies' measures against online hate speech. This was a case study of currently active political conflict. The objectives were 1) to investigate the public sector agencies' measures against online political conflict hate speech, and 2) to investigate remedial approaches and to develop preventative measures for public sector agencies against online political conflict hate speech. This research employed a qualitative approach through in-depth interviews conducted with 24 informants from three agencies, including 1) Technology Crime Suppression Division (TCSD), 2) Ministry of Information and Communication Technology and 3) the National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC). The results showed that the existing law enforcement against online political conflict hate speech met problems and practical limitations, which make it impossible to prevent hate speech behaviors. These include (1) the problems of accumulating information, witnesses and evidence by the officers, (2) the problems of attribution, (3) the problems of retaliation, and (4) the absence of integration missions among various agencies. All these problems weaken the efficiency of prevention and hate-speech behavioral controls. It is recommended that there should be amendment approaches to control the dispersals of online hate speech in the case of political conflict for the agencies involved to take action. These are (1) set criteria to identify the social online users, (2) redirect political attitudes, (3) campaign for the legal use of online social media, (4) amend violence and penalty enforcement to make it appropriate, (5) develop personnel potentials and keep abreast with modern IT.
งานวิจัยนี้มุ่งศึกษามาตรการของหน่วยงานภาครัฐต่อการป้องกันและปราบปรามพฤติกรรมการใช้ ข้อความที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังในสังคมออนไลน์ ในประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง ที่ดำเนินการอยู่ใน ปัจจุบัน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาถึงมาตรการที่มีในปัจจุบันของหน่วยงานภาครัฐในการป้องกันและ ปราบปรามพฤติกรรมการใช้ข้อความที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังในสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้ง ทางการเมือง และ 2) เพื่อศึกษาหาแนวทางแก้ไขและพัฒนามาตรการในการป้องกันและปราบปรามของหน่วยงาน ภาครัฐต่อการใช้ข้อความที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังในสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง การวิจัยฉบับนี้จะใช้รูปแบบของการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีสัมภาษณ์เชิงลึก จากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 24 คน ที่มาจาก 3 หน่วยงาน ประกอบไปด้วย 1) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทาง เทคโนโลยี 2) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ 3) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ามาตรการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันสำหรับ การป้องกันปราบปรามพฤติกรรมการใช้ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังในสังคมออนไลน์ ในประเด็นความ ขัดแย้งทางการเมือง ยังมีปัญหา ข้อขัดข้องในการปฏิบัติทำให้ไม่สามารถป้องกันพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวได้ ตามที่ควรจะเป็น ได้แก่ 1) ปัญหาในการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ 2) ปัญหาในการระบุตัวตน ผู้กระทำความผิด 3) ปัญหาด้านของบทลงโทษ และ 4) การขาดการบูรณาการในการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ปัญหาทั้งหมดนี้ ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการป้องกันและควบคุมพฤติกรรมดังกล่าว ดังนั้น จึงควรต้องมี การนำเสนอแนวทางปรับปรุงแก้ไข เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่จายของพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งผลการวิจัยได้ เสนอแนะแนวทางในประเด็นต่างๆ เพื่อเป็นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้เพื่อการป้องกันและควบคุม พฤติกรรมการใช้ข้อความที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังในสังคมออนไลน์ ในประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง ได้แก่ 1) การกำหนดหลักเกณฑ์ในการระบุตัวตนของผู้ใช้บริการสังคมออนไลน์ 2) การปรับทัศนคติทางการเมือง 3) การ รณรงค์ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ให้ถูกต้องให้กับคนในสังคม 4) การแก้ไขความรุนแรงหรือแนวทางการ ลงโทษให้มีความเหมาะสมมากขึ้น และ 5) การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและวัสดุอุปกรณ์ให้ทันสมัยตามเทค โนยีการสื่อสาร
งานวิจัยนี้มุ่งศึกษามาตรการของหน่วยงานภาครัฐต่อการป้องกันและปราบปรามพฤติกรรมการใช้ ข้อความที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังในสังคมออนไลน์ ในประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง ที่ดำเนินการอยู่ใน ปัจจุบัน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาถึงมาตรการที่มีในปัจจุบันของหน่วยงานภาครัฐในการป้องกันและ ปราบปรามพฤติกรรมการใช้ข้อความที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังในสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้ง ทางการเมือง และ 2) เพื่อศึกษาหาแนวทางแก้ไขและพัฒนามาตรการในการป้องกันและปราบปรามของหน่วยงาน ภาครัฐต่อการใช้ข้อความที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังในสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง การวิจัยฉบับนี้จะใช้รูปแบบของการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีสัมภาษณ์เชิงลึก จากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 24 คน ที่มาจาก 3 หน่วยงาน ประกอบไปด้วย 1) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทาง เทคโนโลยี 2) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ 3) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ามาตรการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันสำหรับ การป้องกันปราบปรามพฤติกรรมการใช้ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังในสังคมออนไลน์ ในประเด็นความ ขัดแย้งทางการเมือง ยังมีปัญหา ข้อขัดข้องในการปฏิบัติทำให้ไม่สามารถป้องกันพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวได้ ตามที่ควรจะเป็น ได้แก่ 1) ปัญหาในการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ 2) ปัญหาในการระบุตัวตน ผู้กระทำความผิด 3) ปัญหาด้านของบทลงโทษ และ 4) การขาดการบูรณาการในการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ปัญหาทั้งหมดนี้ ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการป้องกันและควบคุมพฤติกรรมดังกล่าว ดังนั้น จึงควรต้องมี การนำเสนอแนวทางปรับปรุงแก้ไข เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่จายของพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งผลการวิจัยได้ เสนอแนะแนวทางในประเด็นต่างๆ เพื่อเป็นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้เพื่อการป้องกันและควบคุม พฤติกรรมการใช้ข้อความที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังในสังคมออนไลน์ ในประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง ได้แก่ 1) การกำหนดหลักเกณฑ์ในการระบุตัวตนของผู้ใช้บริการสังคมออนไลน์ 2) การปรับทัศนคติทางการเมือง 3) การ รณรงค์ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ให้ถูกต้องให้กับคนในสังคม 4) การแก้ไขความรุนแรงหรือแนวทางการ ลงโทษให้มีความเหมาะสมมากขึ้น และ 5) การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและวัสดุอุปกรณ์ให้ทันสมัยตามเทค โนยีการสื่อสาร
Degree Name
Doctor of Philosophy
Degree Level
Doctoral Degree
Degree Department
Faculty of Social Sciences and Humanities
Degree Discipline
Criminology, Justice Administration and Society
Degree Grantor(s)
Mahidol University
