Publication: Prostate Specific Antigen Test Kit as a New Innovation in Forensic Investigation for the Detection of Semen in Suspected Evidences in The Kingdom of Thailand
Issued Date
2012
Resource Type
Language
eng
ISSN
0125-3611 (Print)
2651-0561 (Online)
2651-0561 (Online)
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
Department of Pathology Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital Mahidol University
Bibliographic Citation
Ramathibodi Medical Journal. Vol. 35, No. 2 (Apr-Jun 2012), 136-144
Suggested Citation
Korn Talthip, Vichan Peonim, Kalayanee Atamasirikul, Somsri Teerakamchai, กร ตาลทิพย์, วิชาญ เปี้ยวนิ่ม, กัลยาณี อตมศิริกุล, สมศรี ธีระกำจาย Prostate Specific Antigen Test Kit as a New Innovation in Forensic Investigation for the Detection of Semen in Suspected Evidences in The Kingdom of Thailand. Ramathibodi Medical Journal. Vol. 35, No. 2 (Apr-Jun 2012), 136-144. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/79768
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Prostate Specific Antigen Test Kit as a New Innovation in Forensic Investigation for the Detection of Semen in Suspected Evidences in The Kingdom of Thailand
Alternative Title(s)
ชุดตรวจแบบรวดเร็วหาสารจำเพาะจากต่อมลูกหมาก (PSA) นวัตกรรมใหม่ในการตรวจพิสูจน์น้ำอสุจิจากวัตถุพยานทางนิติเวช ในราชอาณาจักรไทย
Abstract
Introduction: Recently, routine forensic investigations of suspected evidences in rape cases are microscopic identification of the spermatozoa and acid phosphatase test foe detection of the seminal fluid.
Objective: Our article aimed to study the application of prostate specific antigen (PSA) test kit (PSA immunochromatographic assay) as a new method for the detection of semen in focus on the accuracy of test compared with the routinely used method, acid phosphatase test by using the sperm test as a gold standard method.
Methods: Five hundred vaginal swab and stain specimens from health care centers in Thailand submitted to Department of Pathology. Ramathibodi hospital were selected to this study. PSA immunochromatographic assay test and acid phosphatase test were performed in all specimens with compared to sperm test as a reference gold standard method. Statistical analysis was done to analyze the results.
Results: Our study results were correlated with many previous international studies that the PSA method has more accuracy than the acid phosphatase method in all parameters of test, including sensitivity, specificity, positive predictive value, and negative predictive value with statistical significance (p < 0.05).
Conclusion: We had confirmed that the PSA test kit would be an interesting innovation for forensic investigation, in sexual assault cases in The Kingdom of Thailand and all over the world.
บทนำ: การตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการทางนิติเวชในผู้ป่วยคดีหรือศพคดีที่สงสัยว่าถูกกระทำชำเราในปัจจุบันโดยทั่วไปจะทำการตรวจด้วยเทคนิค 2 วิธีคือ การตรวจหาด้วยอสุจิด้วยวิธีการดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ และตรวจหาส่วนประกอบของอสุจิทางเคมีด้วยวิธี แอซิดฟอสฟาเตส วัตถุประสงค์: งานศึกษานี้มีวัตประสงค์ในการศึกษาถึงการประยุกต์ใช้ชุดตรวจแบบรวดเร็วหาสารจากต่อมลูกหมากหรือ พี เอส เอ (PSA) ในการนำมาใช้ตรวจพิสูจน์หาน้ำอสุจิจากวัตถุพยานทางนิติเวชในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำชำเราในประเทศไทย วิธีการวิจัย: ทำการศึกษาวิจัยจากสิ่งส่งตรวจจำนวน 500 ตัวอย่าง ที่ส่งตรวจ ณ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งส่งมาจากสถานพยาบาลต่างๆ ทั้งราชอาณาจักรไทย โดยทำการตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธีการตรวจหาสารจำเพาะจากต่อมลูกหมากหรือ พี เอส เอ (PSA) เปรียบเทียบกับการตรวจวิธีทางเคมีแอซิดฟอสฟาเตส ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน โดยใช้วิธีการตรวจพิสูจน์ตัวอสุจิด้วยกล้องจุลทรรศน์เป็นวิธีมาตรฐานในการเปรียบเทียบ และนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ทางสถิติ ผลการศึกษา: ผลการศึกษาที่ได้มีความสอดคล้องกับการศึกษาหลายๆ รายของต่างประเทศก่อนหน้านี้ ซึ่งยืนยันว่าการตรวจหาน้ำอสุจิด้วยการตรวจหาสาร PSA มีค่าความแม่นยำของผลการตรวจ (Accuracy of test) ที่ดีกว่าวิธีแอซิดฟอสฟาเตส ทั้ง sensitivity, specificity, positive predictive value (PPV), และ negative predictive value (NPV) อย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05). สรุป: งานวิจัยนี้ได้ผลสนับสนุนว่าตรวจพิสูจน์น้ำอสุจิด้วยวิธีการตรวจหาสาร PSA เป็นนวัตกรรมใหม่ที่มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือในการตรวจพิสูจน์หาน้ำอสุจิจากวัตถุพยานทางนิติเวชเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการกระทำชำเรา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทางนิติเวชศาสตร์และเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรมในราชอาณาจักรไทยสืบต่อไปในอนาคต
บทนำ: การตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการทางนิติเวชในผู้ป่วยคดีหรือศพคดีที่สงสัยว่าถูกกระทำชำเราในปัจจุบันโดยทั่วไปจะทำการตรวจด้วยเทคนิค 2 วิธีคือ การตรวจหาด้วยอสุจิด้วยวิธีการดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ และตรวจหาส่วนประกอบของอสุจิทางเคมีด้วยวิธี แอซิดฟอสฟาเตส วัตถุประสงค์: งานศึกษานี้มีวัตประสงค์ในการศึกษาถึงการประยุกต์ใช้ชุดตรวจแบบรวดเร็วหาสารจากต่อมลูกหมากหรือ พี เอส เอ (PSA) ในการนำมาใช้ตรวจพิสูจน์หาน้ำอสุจิจากวัตถุพยานทางนิติเวชในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำชำเราในประเทศไทย วิธีการวิจัย: ทำการศึกษาวิจัยจากสิ่งส่งตรวจจำนวน 500 ตัวอย่าง ที่ส่งตรวจ ณ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งส่งมาจากสถานพยาบาลต่างๆ ทั้งราชอาณาจักรไทย โดยทำการตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธีการตรวจหาสารจำเพาะจากต่อมลูกหมากหรือ พี เอส เอ (PSA) เปรียบเทียบกับการตรวจวิธีทางเคมีแอซิดฟอสฟาเตส ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน โดยใช้วิธีการตรวจพิสูจน์ตัวอสุจิด้วยกล้องจุลทรรศน์เป็นวิธีมาตรฐานในการเปรียบเทียบ และนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ทางสถิติ ผลการศึกษา: ผลการศึกษาที่ได้มีความสอดคล้องกับการศึกษาหลายๆ รายของต่างประเทศก่อนหน้านี้ ซึ่งยืนยันว่าการตรวจหาน้ำอสุจิด้วยการตรวจหาสาร PSA มีค่าความแม่นยำของผลการตรวจ (Accuracy of test) ที่ดีกว่าวิธีแอซิดฟอสฟาเตส ทั้ง sensitivity, specificity, positive predictive value (PPV), และ negative predictive value (NPV) อย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05). สรุป: งานวิจัยนี้ได้ผลสนับสนุนว่าตรวจพิสูจน์น้ำอสุจิด้วยวิธีการตรวจหาสาร PSA เป็นนวัตกรรมใหม่ที่มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือในการตรวจพิสูจน์หาน้ำอสุจิจากวัตถุพยานทางนิติเวชเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการกระทำชำเรา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทางนิติเวชศาสตร์และเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรมในราชอาณาจักรไทยสืบต่อไปในอนาคต