กระบวนการจัดการเรียนการสอนการขับร้องประสานเสียงในกิจกรรมชมรมระดับชั้นประถมศึกษา : กรณีศึกษาโรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธากะยาราม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

dc.contributor.advisorอนรรฆ จรัณยานนท์
dc.contributor.advisorวรรณภา ญาณวุฒิ
dc.contributor.authorอุดม วัดมณี
dc.date.accessioned2024-01-02T06:57:31Z
dc.date.available2024-01-02T06:57:31Z
dc.date.copyright2561
dc.date.created2561
dc.date.issued2567
dc.descriptionดนตรี (มหาวิทยาลัยมหิดล 2561)
dc.description.abstractการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษากระบวนการจัดการเรียนการสอนการขับร้องประสานเสียงในกิจกรรมชมรม ระดับชั้นประถมศึกษาของโรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธากะยาราม จากการสัมภาษณ์และการสังเกตการสอนของครูผู้สอน วงขับร้องประสานเสียงของโรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธากะยาราม ปีการศึกษา 2560 จำนวน 2 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์ และแบบสังเกต โดยผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงประเด็นทั้งหมด 3 ประเด็น ได้แก่ 1. การคัดเลือกนักร้อง 2. การวางแผนการฝึกซ้อม 3. เทคนิควิธีการสอน ผลการวิจัยพบว่า การคัดเลือกนักร้อง ใช้วิธีการให้นักเรียนร้องทีละคน โดยครูผู้สอนฟังจากโทนเสียงเสียงของเด็กนักเรียน โดยแยกเป็นระดับเสียง 4 แนว ประกอบด้วย โซปราโน, อัลโต, เทเนอร์และเบส สามารถคัดเลือกนักร้องได้จำนวน 30 คน แบ่งเป็นเด็กนักเรียนชาย 15 คน เด็กนักเรียนหญิง 15 คน การวางแผนการฝึกซ้อมของชมรมขับร้องประสานเสียงของโรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธากะยารามนั้น มีการซ้อมในตอนเช้าก่อนเข้าแถว ตอนบ่ายหลังเลิกเรียนและในชั่วโมงชมรม เหตุผลเพื่อไม่ให้กระทบต่อการเรียนวิชาอื่น ๆ มีเทคนิคการสอนขับร้องประสานเสียง คือ การแยกพาร์ทการซ้อม ใช้เวลาสัปดาห์ละ 3 วัน คือวันจันทร์, อังคาร, และวันพุธ การรวมวงใช้เวลา รวมวงสัปดาห์ละ 2 วัน คือวันพฤหัสบดีและวันศุกร์
dc.description.abstractThe purpose of this qualitative research was to study choral music teaching process in out-of-curriculum activity by interviewing and observing 2 choral teachers in academic year 2017. The research instruments were interview form and observation forms which were into divided 3 topics: selection of choral singer, planning for drill, and techniques in teaching. The results of this research revealed that singer selection used a method for students to sing individually. The teacher listened to the sound quality of all the students and selected 30 students (15 boys and 15 girls). In planning the rehearsal of the choir, the drill in choral music were in the morning before the start of school, and in the afternoon after school is finished in order not to interfere with classroom teaching. Lastly, techniques in teaching were drill for 3 days (Monday, Tuesday, and Wednesday),and choral music ensemble for 2 days (Thursday and Friday).
dc.format.extentก-ญ, 82 แผ่น : ภาพประกอบ
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/91609
dc.language.isotha
dc.publisherหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล
dc.rightsผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
dc.rights.holderมหาวิทยาลัยมหิดล
dc.subjectโรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธากะยาราม
dc.subjectการร้องเพลงประสานเสียง
dc.subjectดนตรี -- การจัดการเรียนการสอน
dc.subjectโรงเรียนประถมศึกษา
dc.titleกระบวนการจัดการเรียนการสอนการขับร้องประสานเสียงในกิจกรรมชมรมระดับชั้นประถมศึกษา : กรณีศึกษาโรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธากะยาราม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
dc.title.alternativePrimary school choral music teaching process in out-of-curriculum activity : a case study of Watratsattakayaram School, Ban Paew District, Samutsakorn province
dc.typeMaster Thesis
dcterms.accessRightsopen access
mu.link.internalLinkhttp://mulinet11.li.mahidol.ac.th/e-thesis/2561/535/5938574.pdf
thesis.degree.departmentวิทยาลัยดุริยางคศิลป์
thesis.degree.disciplineดนตรี
thesis.degree.grantorมหาวิทยาลัยมหิดล
thesis.degree.levelปริญญาโท
thesis.degree.nameศิลปศาสตรมหาบัณฑิต

Files