Sodium content trend and characteristics of instant foods sold in Thailand, 2018-2021
7
1
Issued Date
2022
Copyright Date
2022
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
ix, 92 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thematic Paper (M.P.H. (Public Health))--Mahidol University, 2022
Suggested Citation
Chanatip Chailek Sodium content trend and characteristics of instant foods sold in Thailand, 2018-2021. Thematic Paper (M.P.H. (Public Health))--Mahidol University, 2022. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/114327
Title
Sodium content trend and characteristics of instant foods sold in Thailand, 2018-2021
Alternative Title(s)
แนวโน้มปริมาณโซเดียมและลักษณะทั่วไปของอาหารกึ่งสำเร็จรูปที่จำหน่ายในประเทศไทย พ.ศ. 2561-2564
Author(s)
Abstract
Instant foods are high-sodium products that people consume. Thailand has implemented a national strategy to reduce sodium consumption. This analytic study aimed to describe the sodium content trends in instant foods sold in Thailand by food characteristics using secondary data from the Food and Drug Administration and the Low Salt Network. Data were collected using a data extraction form. Descriptive statistics, the Mann-Whitney U test, Kruskal-Wallis’s test, Wilcoxon singed-rank test, and Chi-square test were used in data analysis with a level of statistical significance of less than 0.05.The results from 788 records revealed that the median sodium content of instant foods in2021 was 1,750.0 mg/100 g (interquartile range 1,289.1–2,267.3), which was decreased by 11.6 to 2018 (p-value = 0.019). Rice porridge/rice soup, brand C, egg noodles type, containing in a cup, and manufacturers in Thailand and China were food characteristics that had a decreasing trend. The median sodium level in the same products between 2018 and 2021 was not changed (p-value = 0.056).Nineteen (33.3%) products were decreased in sodium levels. The proportion of healthier items increased from 4.5% to 21.1% in 2018 and 2021 (p-value <0.001), including noodles and rice porridge/rice soup and products made in Thailand. Implication of the Thematic Paper: Consumers could apply the findings as an initial guideline for choosing healthy foods. Nonetheless, they still had to check the nutrition labels before purchasing. The relevant authorities should revise the Healthier Choice criteria for instant foods, set the sodium content target of instant foods disaggregated by characteristics using the sodium content in 2021 as the baseline and systematically monitor the food reformulation of the food industry.
อาหารกึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูงที่ประชาชนนิยมบริโภค ประเทศไทยมีการดำเนินนโยบายและมาตรการเพื่อลดการบริโภคโซเดียมตั้งแต่ พ.ศ. 2559 งานวิจัยเชิงวิเคราะห์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรยายแนวโน้มปริมาณโซเดียมในอาหารกึ่งสำเร็จรูปที่จำหน่ายในประเทศไทย จำแนกตามลักษณะของอาหารโดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเครือข่ายลดบริโภคเค็ม การเก็บข้อมูลใช้แบบบันทึกข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบแมน-วิทนีย์ ยู การทดสอบครัสคาลและวอลลิส การทดสอบเครื่องหมายของวิลคอกซัน และการทดสอบไคสแควร์ กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่น้อยกว่า 0.05 ผลการศึกษาจาก 788 รายการผลิตภัณฑ์ พบว่า ค่ามัธยฐานปริมาณโซเดียมในอาหารกึ่งสำเร็จรูปในปี 2564 เท่ากับ 1,750.0 (พิสัยควอไทล์ 1,289.1–2,267.3) มิลลิกรัม/100 กรัม ซึ่งมีแนวโน้มลดลงร้อยละ 11.6 เมื่อเทียบกับปี 2561 (p-value=0.019) ลักษณะของอาหารที่ปริมาณโซเดียมมีแนวโน้มลดลง ได้แก่ ประเภทข้าวต้มหรือโจ๊ก ยี่ห้อ C เส้นชนิดบะหมี่ ภาชนะบรรจุแบบถ้วย และผู้ผลิตในประเทศไทยและจีน ค่ามัธยฐานปริมาณโซเดียมในผลิตภัณฑ์เดียวกันระหว่างปี 2561 และ 2564 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง (p-value=0.056) โดยมีผลิตภัณฑ์จำนวน 19 (33.3%) รายการที่ปรับสูตรปริมาณโซเดียมลดลง ในขณะที่สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์สัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.5 เป็นร้อยละ 21.1 ในปี 2561 และ 2564 (p-value<0.001) ทั้งในประเภทบะหมี่และข้าวต้มหรือโจ๊ก รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทย การนำผลของสารนิพนธ์ไปใช้ ผู้บริโภคประยุกต์ใช้ผลการศึกษาเป็นแนวทางในการเลือกซื้ออาหารกึ่งสำเร็จรูปเบื้องต้น แต่ยังต้องอ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อ ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทบทวนเกณฑ์ฉลากทางเลือกสุขภาพสำหรับอาหารกึ่งสำเร็จรูป กำหนดเป้าหมายปริมาณโซเดียมในอาหารกึ่งสำเร็จรูป จำแนกตามประเภทอาหาร โดยใช้ปริมาณโซเดียมในปี 2564 เป็นค่าฐาน และกำกับติดตามการปรับสูตรของภาคอุตสาหกรรมอาหารอย่างเป็นระบบ
อาหารกึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูงที่ประชาชนนิยมบริโภค ประเทศไทยมีการดำเนินนโยบายและมาตรการเพื่อลดการบริโภคโซเดียมตั้งแต่ พ.ศ. 2559 งานวิจัยเชิงวิเคราะห์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรยายแนวโน้มปริมาณโซเดียมในอาหารกึ่งสำเร็จรูปที่จำหน่ายในประเทศไทย จำแนกตามลักษณะของอาหารโดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเครือข่ายลดบริโภคเค็ม การเก็บข้อมูลใช้แบบบันทึกข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบแมน-วิทนีย์ ยู การทดสอบครัสคาลและวอลลิส การทดสอบเครื่องหมายของวิลคอกซัน และการทดสอบไคสแควร์ กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่น้อยกว่า 0.05 ผลการศึกษาจาก 788 รายการผลิตภัณฑ์ พบว่า ค่ามัธยฐานปริมาณโซเดียมในอาหารกึ่งสำเร็จรูปในปี 2564 เท่ากับ 1,750.0 (พิสัยควอไทล์ 1,289.1–2,267.3) มิลลิกรัม/100 กรัม ซึ่งมีแนวโน้มลดลงร้อยละ 11.6 เมื่อเทียบกับปี 2561 (p-value=0.019) ลักษณะของอาหารที่ปริมาณโซเดียมมีแนวโน้มลดลง ได้แก่ ประเภทข้าวต้มหรือโจ๊ก ยี่ห้อ C เส้นชนิดบะหมี่ ภาชนะบรรจุแบบถ้วย และผู้ผลิตในประเทศไทยและจีน ค่ามัธยฐานปริมาณโซเดียมในผลิตภัณฑ์เดียวกันระหว่างปี 2561 และ 2564 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง (p-value=0.056) โดยมีผลิตภัณฑ์จำนวน 19 (33.3%) รายการที่ปรับสูตรปริมาณโซเดียมลดลง ในขณะที่สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์สัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.5 เป็นร้อยละ 21.1 ในปี 2561 และ 2564 (p-value<0.001) ทั้งในประเภทบะหมี่และข้าวต้มหรือโจ๊ก รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทย การนำผลของสารนิพนธ์ไปใช้ ผู้บริโภคประยุกต์ใช้ผลการศึกษาเป็นแนวทางในการเลือกซื้ออาหารกึ่งสำเร็จรูปเบื้องต้น แต่ยังต้องอ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อ ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทบทวนเกณฑ์ฉลากทางเลือกสุขภาพสำหรับอาหารกึ่งสำเร็จรูป กำหนดเป้าหมายปริมาณโซเดียมในอาหารกึ่งสำเร็จรูป จำแนกตามประเภทอาหาร โดยใช้ปริมาณโซเดียมในปี 2564 เป็นค่าฐาน และกำกับติดตามการปรับสูตรของภาคอุตสาหกรรมอาหารอย่างเป็นระบบ
Degree Name
Master of Public Health
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Public Health
Degree Discipline
Public Health
Degree Grantor(s)
Mahidol University
