Changes in sexual behavior among AIDS patients

dc.contributor.advisorRujira Wattanayingcharoenchai
dc.contributor.advisorSomsak Suthutvoravut
dc.contributor.advisorVajira Singhakajen
dc.contributor.authorNualnapa Kasemvilawan
dc.date.accessioned2024-02-07T02:13:29Z
dc.date.available2024-02-07T02:13:29Z
dc.date.copyright2011
dc.date.created2011
dc.date.issued2011
dc.descriptionHuman Reproduction and Population Planning (Mahidol University 2011)
dc.description.abstractปัจจุบันโรคเอดส์มีผลกระทบต่อสังคมเป็นอย่างมากเพราะมีอัตราการตายจากโรคนี้สูงและมี การติดต่ออย่างรวดเร็วจากการมีเพศสัมพันธ์ การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ ศึกษาการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางเพศของผู้ป่วยโรคเอดส์ชาย ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่เข้ามารับการติดตามการรักษา ที่แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพจำนวน 80 ราย โดยการซึ่งตอบแบบสอบถามด้วยตนเอง ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552 สถิติที่ใช้ ได้แก่ สถิติพรรณนาประกอบด้วย ร้อย ละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติวิเคราะห์ ประกอบด้วย Chi-square test, Fisher's Exact test และ McNemar 's test ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 30-39 ปี (ร้อยละ 50.0), สถานภาพสมรสคู่ (ร้อยละ 52.7), อาชีพ รับจ้าง (ร้อยละ 58.9), รายได้เฉลี่ยระหว่าง 10,001-20,000 บาทต่อเดือน (ร้อยละ 63.8), จบการศึกษาระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย (ร้อยละ 51.3), อาการสำคัญที่มาตรวจรักษาครั้งแรกคือมีไข้เรื้อรัง (ร้อยละ 33.8) ผู้ป่วย ส่วนใหญ่เป็นโรคนี้มานาน 1-5 ปี (ร้อยละ 60.0), ขณะนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการ (ร้อยละ66.24) การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางเพศภายหลังทราบว่าเป็นเอดส์พบว่า ผู้ป่วยมีเพศสัมพันธ์กับ ภรรยา ลดลงอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ แต่กับเพื่อนหญิง, โสเภณีหรือเพื่อนชายกลับมีเพศสัมพันธ์ลดลง อย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ผู้ป่วยมีการใช้ถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้นโดยร้อยละ 90-100 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับการมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาลดลงคือ การศึกษา (p<0.001) อาชีพ (p<0.05) และ สถานภาพสมรส (p<0.05) โดยสรุปผู้ป่วยโรคเอดส์ชายตระหนักถึงความเสี่ยงของการแพร่กระจายของโรคมีการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางเพศที่ดีขึ้น ผู้ป่วยมีแนวโน้มที่จะมีเพศสัมพันธ์ลดลง และป้องกันการแพร่เชื้อโรค เอดส์โดยการใช้ถุงยางอนามัย การศึกษาครั้งนี้ยืนยันถึงบทบาทของผู้ป่วยมีความสำคัญในการช่วยป้องกันการ แพร่กระจายของโรคมากขึ้น
dc.format.extentvii, 81 leaves
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.citationThesis (M.Sc. (Human Reproduction and Population Planning))--Mahidol University, 2011
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/94988
dc.language.isoeng
dc.publisherMahidol University. Mahidol University Library and Knowledge Center
dc.rightsผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
dc.rights.holderMahidol University
dc.subjectAIDS (Disease) -- patients -- Sexual behavior
dc.subjectSex (Psychology)
dc.subjectSafe sex in AIDS prevention -- Thailand
dc.titleChanges in sexual behavior among AIDS patients
dc.title.alternativeการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางเพศของผู้ป่วยโรคเอดส์ชาย
dc.typeMaster Thesis
dcterms.accessRightsopen access
mods.location.urlhttp://mulinet11.li.mahidol.ac.th/e-thesis/2553/cd448/4837942.pdf
thesis.degree.departmentFaculty of Medicine Ramathibodi Hospital
thesis.degree.disciplineHuman Reproduction and Population Planning
thesis.degree.grantorMahidol University
thesis.degree.levelMaster's degree
thesis.degree.nameMaster of Science

Files