Science Students' EFL Reading Motivation at a Thai secondary school: a self determination theory-based study
16
1
Issued Date
2020
Copyright Date
2020
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xi, 160 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.A. (Language and Culture for Communication and Development))--Mahidol University, 2020
Suggested Citation
Natthinee Songnuan Science Students' EFL Reading Motivation at a Thai secondary school: a self determination theory-based study. Thesis (M.A. (Language and Culture for Communication and Development))--Mahidol University, 2020. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/113074
Title
Science Students' EFL Reading Motivation at a Thai secondary school: a self determination theory-based study
Alternative Title(s)
แรงจูงใจในการอ่านภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศของนักเรียนสายวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนมัธยมศึกษาของประเทศไทย: การศึกษาโดยใช้ทฤษฎีการกำหนดตนเอง
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
The purpose of the study was to explore motivational orientations of science students in EFL reading at an upper secondary school level and to investigate relevant perceived experiences contributing to self-determination in EFL reading. Based on Self-Determination Theory (SDT), there exists five different regulatory styles, including intrinsic motivation (IM), identified regulation (ID), introjected regulation (IJ), external regulation (ER), and amotivation (AM) observed though the mixed-method approach. The primary data collection method was a questionnaire survey conducted on 169 eleventh grade students from science study programs. In addition, semi-structured interviews were conducted with ten students from the same group. Findings showed that EFL reading motivation remains the multidimensional nature at a moderate level (M = 3.18). Each of the dimension was ranked as follows: ID (M = 3.87), IM (M = 3.33), ER (M = 3.13), IJ(M = 3.12), and AM (M = 2.43). It is quite apparent that students regarded autonomous motivation (i.e., IM and ID), which seemed to correspond with perceived personal relevance and value attached to the written texts and inherent satisfaction, as relatively important to their self-determination. However, controlled motivation (i.e., IJ and ER) was also endorsed in such a way as to meet internal and external demands. The author discussed factors affecting the students’ motivation, which may correspond to the satisfaction of basic psychological needs, and also how pedagogical implications provide insights into the instructional practices enhancing self-determination in reading of EFL.
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแง่มุมทางแรงจูงใจในการอ่านภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศของนักเรียนสายวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนมัธยมศึกษาของประเทศไทย รวมถึงการศึกษาแง่มุมเชิงประสบการณ์ของผู้เรียนซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดตนเองในการอ่านภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ จากพื้นฐานทฤษฎีการกำหนดตนเอง (Self-Determination Theory, SDT) อาจกล่าวได้ว่ารูปแบบการกำกับพฤติกรรม(regulatory styles) ที่แตกต่างกัน 5 ประเภทอันได้แก่ แรงจูงใจภายใน (intrinsic motivation) การกำกับจากการเห็นความสำคัญด้วยตนเอง (identified regulation) การกำกับจากความรู้สึกยินยอม (introjected regulation) การกำกับจากปัจจัยภายนอก (external regulation) และการขาดแรงจูงใจ (amotivation) ได้ถูกนำมาศึกษาผ่านกระบวนการวิจัยแบบผสานวิธี ในเบื้องต้นของกระบวนการเก็บข้อมูล ผู้วิจัยใช้วิธีการสำรวจจากแบบสอบถาม จากนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากแผนการเรียนวิทยาศาสตร์จำนวน 169 คน จากนั้นจึงเป็นการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง จากกลุ่มตัวอย่างเดียวกันจำนวน 10 คน ผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงลักษณะความเป็นพหุมิติ ของแรงจูงใจในการอ่านภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศของกลุ่มตัวอย่างซึ่งอยู่ในระดับกลาง (M = 3.18) ทั้งนี้ แง่มุมทางแรงจูงใจแต่ละประเภทมีค่าเฉลี่ยเรียงตามลำดับดังนี้ การกำกับจากการเห็นความสำคัญด้วยตนเอง (M = 3.87) แรงจูงใจภายใน (M = 3.33)การกำกับจากปัจจัยภายนอก (M = 3.13) การกำกับจากความรู้สึกยินยอม (M = 3.12) และการขาดแรงจูงใจ (M = 2.43)จะเห็นได้ชัดว่านักเรียนกลุ่มตัวอย่างได้ให้ความสำคัญต่อแง่มุมทางแรงจูงใจแบบมีอิสระ ซึ่งมีสัมพันธ์กับการรับรู้ถึงประโยชน์ของการอ่านในแง่ของการมีความสอดคล้องและคุณค่าต่อตนเอง รวมถึงการตอบสนองต่อความพึงพอใจที่มีอยู่เป็นพื้นฐาน อย่างไรก็ดี แรงจูงใจจากการถูกกำหนด ยังคงมีบทบาทต่อนักเรียนในแง่ของการดำเนินพฤติกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการจากทั้งภายในและภายนอกตนเอง เช่นกัน ทั้งนี้ผู้วิจัยได้อภิปรายถึงปัจจัยทางแรงจูงใจที่มีความเกี่ยวข้องต่อการสนองตอบต่อความต้องการพื้นฐานเชิงจิตวิทยา ปัญหาและข้อจำกัดของการศึกษาวิจัยครั้งนี้รวมถึงการนำเสนอนัยทางการสอนซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างพฤติกรรมการกำหนดตนเองในการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับการอ่านภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศในชั้นเรียนอีกด้วย
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแง่มุมทางแรงจูงใจในการอ่านภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศของนักเรียนสายวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนมัธยมศึกษาของประเทศไทย รวมถึงการศึกษาแง่มุมเชิงประสบการณ์ของผู้เรียนซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดตนเองในการอ่านภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ จากพื้นฐานทฤษฎีการกำหนดตนเอง (Self-Determination Theory, SDT) อาจกล่าวได้ว่ารูปแบบการกำกับพฤติกรรม(regulatory styles) ที่แตกต่างกัน 5 ประเภทอันได้แก่ แรงจูงใจภายใน (intrinsic motivation) การกำกับจากการเห็นความสำคัญด้วยตนเอง (identified regulation) การกำกับจากความรู้สึกยินยอม (introjected regulation) การกำกับจากปัจจัยภายนอก (external regulation) และการขาดแรงจูงใจ (amotivation) ได้ถูกนำมาศึกษาผ่านกระบวนการวิจัยแบบผสานวิธี ในเบื้องต้นของกระบวนการเก็บข้อมูล ผู้วิจัยใช้วิธีการสำรวจจากแบบสอบถาม จากนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากแผนการเรียนวิทยาศาสตร์จำนวน 169 คน จากนั้นจึงเป็นการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง จากกลุ่มตัวอย่างเดียวกันจำนวน 10 คน ผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงลักษณะความเป็นพหุมิติ ของแรงจูงใจในการอ่านภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศของกลุ่มตัวอย่างซึ่งอยู่ในระดับกลาง (M = 3.18) ทั้งนี้ แง่มุมทางแรงจูงใจแต่ละประเภทมีค่าเฉลี่ยเรียงตามลำดับดังนี้ การกำกับจากการเห็นความสำคัญด้วยตนเอง (M = 3.87) แรงจูงใจภายใน (M = 3.33)การกำกับจากปัจจัยภายนอก (M = 3.13) การกำกับจากความรู้สึกยินยอม (M = 3.12) และการขาดแรงจูงใจ (M = 2.43)จะเห็นได้ชัดว่านักเรียนกลุ่มตัวอย่างได้ให้ความสำคัญต่อแง่มุมทางแรงจูงใจแบบมีอิสระ ซึ่งมีสัมพันธ์กับการรับรู้ถึงประโยชน์ของการอ่านในแง่ของการมีความสอดคล้องและคุณค่าต่อตนเอง รวมถึงการตอบสนองต่อความพึงพอใจที่มีอยู่เป็นพื้นฐาน อย่างไรก็ดี แรงจูงใจจากการถูกกำหนด ยังคงมีบทบาทต่อนักเรียนในแง่ของการดำเนินพฤติกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการจากทั้งภายในและภายนอกตนเอง เช่นกัน ทั้งนี้ผู้วิจัยได้อภิปรายถึงปัจจัยทางแรงจูงใจที่มีความเกี่ยวข้องต่อการสนองตอบต่อความต้องการพื้นฐานเชิงจิตวิทยา ปัญหาและข้อจำกัดของการศึกษาวิจัยครั้งนี้รวมถึงการนำเสนอนัยทางการสอนซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างพฤติกรรมการกำหนดตนเองในการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับการอ่านภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศในชั้นเรียนอีกด้วย
Description
Language and Culture for Communication and Development (Mahidol University 2020)
Degree Name
Master of Arts
Degree Level
Masters
Degree Department
Institute of Language and Culture for Rural Development
Degree Discipline
Language and Culture for Communication and Development
Degree Grantor(s)
Mahidol University
