The relationship between psychological capital and public-mindedness in secondary school students, Hatyaiwittayalai School
Issued Date
2016
Copyright Date
2016
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
viii, 92 leaves
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Clinical Psychology))--Mahidol University, 2016
Suggested Citation
Teeraphan Chalermrungroj The relationship between psychological capital and public-mindedness in secondary school students, Hatyaiwittayalai School. Thesis (M.Sc. (Clinical Psychology))--Mahidol University, 2016. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/93261
Title
The relationship between psychological capital and public-mindedness in secondary school students, Hatyaiwittayalai School
Alternative Title(s)
ความสัมพันธ์ระหว่างทุนทางจิตวิทยากับจิตสาธารณะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
The objective of this survey research was to study the relationship between Psychological Capital and Public-mindedness in secondary school students at the Hatyaiwittayalai School in the 2015 academic year. The sample group was 412 students. The data collection instruments were a Student's general questionnaire and the Thai Psychological Capital Inventory and the Public-mindedness Questionnaire. The study found the level of Psychological Capital, Psychological Capital components, such as Hope, Self-efficacy, Resilience and Optimism, and Public-mindedness in the sample group were moderately high. The results of the comparison of Public-mindedness based on gender found female students have higher Public-mindedness than male students with a statistical significance at the 0.01 level. The results of the comparison of Public-mindedness based on class level found students who studied at different class levels have different Public-mindedness with a statistical significance at the 0.001 level. Seventh grade students have higher Public-mindedness than higher class level students with a statistical significance. In addition, Psychological Capital and Psychological Capital components were positively related to Public-mindedness with a statistical significance at the 0.001 level, and Psychological Capital components, such as Self-efficacy, Hope and Resilience can predict Public-mindedness in the sample group at 26.1%. The correlation coefficient is 0.5111, and the standard error of estimate is ± 15.88047. The recommendations for further study should use other samples by expanding the sample groups, and also study other psychosocial factors that can help explain Public-mindedness in students. The research results suggest that supporting Self-efficacy, Hope and Resilience could be one of methods to promote and develop Public-mindedness, which is a socially desirable characteristic in students.
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทุนทางจิตวิทยากับจิต สาธารณะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ปีการศึกษา 2558 กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 412 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับนักเรียน แบบประเมินต้นทุนทางจิตวิทยาสำหรับคนไทย และแบบสอบถามจิตสาธารณะ ผลการวิจัยพบว่า ทุนทางจิตวิทยา องค์ประกอบของทุนทางจิตวิทยาได้แก่ ความหวัง, การรับรู้ความสามารถของตนเอง, ความหยุ่นตัว และการมองโลกในแง่ดีและจิตสาธารณะของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับค่อนข้างสูง ผลการเปรียบเทียบจิตสาธารณะของกลุ่มตัวอย่างเมื่อจำแนกตามเพศ พบว่า นักเรียนเพศหญิงมีจิตสาธารณะสูงกว่านักเรียนเพศชายอย่างมีนัยสำคัญทางสสถิติที่ระดับ 0.01 เมื่อจำแนกตามระดับชั้นปี พบว่า นักเรียนระดับชั้นปีต่างกันมีจิตสาธารณะแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มี จิตสาธารณะสูงกว่านักเรียนระดับชั้นปีสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ยังพบว่า ทุนทางจิตวิทยา และองค์ประกอบของทุนทางจิตยวิทยาทั้ง 4 องค์ประกอบ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับจิตสาธารณะ อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.001 และองค์ประกอบของทุนทางจิตวิทยา ได้แก่ การรับรู้ความสามารถของตน, ความหวัง และความหยุ่นตัว สามารถทำนายจิตสาธารณะของกลุ่มตัวอย่างได้ร้อยละ 26.1 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ 0.511 และมีความคลาดเคลื่อนมาตรฐานในการทำนายเท่ากับ ±15.88047 ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป ควรขยายการศึกษาไปยังกลุ่มตัวอย่างอื่นๆ รวมไปถึงศึกษาปัจจัยทางสังคมด้านอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อหาปัจจัยที่ส่งผลต่อจิตสาธารณะของนักเรียน และจากการวิจัยในครั้งนี้ทำให้ทราบว่าการสนับสนุนปัจจัยด้านการรับรู้ความสามารถของตน ความหวัง และการมองโลกในแง่ดี เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการพัฒนาและส่งเริมให้นักเรียนมีจิตสาธราณะอันเป็นคุณลักณะที่พึงประสงค์ได้
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทุนทางจิตวิทยากับจิต สาธารณะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ปีการศึกษา 2558 กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 412 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับนักเรียน แบบประเมินต้นทุนทางจิตวิทยาสำหรับคนไทย และแบบสอบถามจิตสาธารณะ ผลการวิจัยพบว่า ทุนทางจิตวิทยา องค์ประกอบของทุนทางจิตวิทยาได้แก่ ความหวัง, การรับรู้ความสามารถของตนเอง, ความหยุ่นตัว และการมองโลกในแง่ดีและจิตสาธารณะของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับค่อนข้างสูง ผลการเปรียบเทียบจิตสาธารณะของกลุ่มตัวอย่างเมื่อจำแนกตามเพศ พบว่า นักเรียนเพศหญิงมีจิตสาธารณะสูงกว่านักเรียนเพศชายอย่างมีนัยสำคัญทางสสถิติที่ระดับ 0.01 เมื่อจำแนกตามระดับชั้นปี พบว่า นักเรียนระดับชั้นปีต่างกันมีจิตสาธารณะแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มี จิตสาธารณะสูงกว่านักเรียนระดับชั้นปีสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ยังพบว่า ทุนทางจิตวิทยา และองค์ประกอบของทุนทางจิตยวิทยาทั้ง 4 องค์ประกอบ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับจิตสาธารณะ อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.001 และองค์ประกอบของทุนทางจิตวิทยา ได้แก่ การรับรู้ความสามารถของตน, ความหวัง และความหยุ่นตัว สามารถทำนายจิตสาธารณะของกลุ่มตัวอย่างได้ร้อยละ 26.1 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ 0.511 และมีความคลาดเคลื่อนมาตรฐานในการทำนายเท่ากับ ±15.88047 ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป ควรขยายการศึกษาไปยังกลุ่มตัวอย่างอื่นๆ รวมไปถึงศึกษาปัจจัยทางสังคมด้านอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อหาปัจจัยที่ส่งผลต่อจิตสาธารณะของนักเรียน และจากการวิจัยในครั้งนี้ทำให้ทราบว่าการสนับสนุนปัจจัยด้านการรับรู้ความสามารถของตน ความหวัง และการมองโลกในแง่ดี เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการพัฒนาและส่งเริมให้นักเรียนมีจิตสาธราณะอันเป็นคุณลักณะที่พึงประสงค์ได้
Description
Clinical Psychology (Mahidol University 2016)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
Degree Discipline
Clinical Psychology
Degree Grantor(s)
Mahidol University