มิติทางวัฒนธรรมของความตายในโรงพยาบาลสมัยใหม่ : การศึกษาเชิงชาติพันธุ์วรรณาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
dc.contributor.advisor | ลือชัย ศรีเงินยวง | |
dc.contributor.advisor | ธนา นิลชัยโกวิทย์ | |
dc.contributor.author | เอกภพ สิทธิวรรณธนะ | |
dc.date.accessioned | 2024-01-23T01:30:45Z | |
dc.date.available | 2024-01-23T01:30:45Z | |
dc.date.copyright | 2556 | |
dc.date.created | 2567 | |
dc.date.issued | 2556 | |
dc.description | สังคมศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข (มหาวิทยาลัยมหิดล 2556) | |
dc.description.abstract | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจปรากฏการณ์การจัดการความตายในโรงพยาบาลสมัยใหม่ อธิบายและ วิเคราะห์มิติทางวัฒนธรรมของความตายในโรงพยาบาลสมัยใหม่ โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพแบบชาติพันธุ์วรรณาใน โรงพยาบาล ผู้วิจัยได้เข้าไปใช้ชีวิตอย่างมีส่วนร่วมในระบบบริการสุขภาพในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเวลา 3 เดือน ผลการศึกษาพบว่า 1. การตายในโรงพยาบาลมีความหลากหลาย การตายแปรผันไปตามสาเหตุความเจ็บป่วย เพศ วัย สถานะทาง เศรษฐกิจสังคม ความคิดความเชื่อการให้ความหมายต่อความตายทั้งของผู้รับบริการสุขภาพและผู้ให้บริการสุขภาพ สถานการณ์การตายในโรงพยาบาลเป็นผลลัพธ์จากพลังทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของสังคม 2. โรงพยาบาลเป็นสถาบันหลักที่มีอิทธิพลต่อการจัดการการตายทั้งก่อนตาย ขณะตาย และหลังตาย ทั้งนี้ ระบบประกันสุขภาพ ระบบยุติธรรม ระบบประกันชีวิต มีอิทธิพลต่อการจัดการร่างกายหลังการตายอย่างมีนัยสำคัญ 3. ระบบบริการสุขภาพมีทัศนะต่อความตายชุดหลักตามแนวคิดการแพทย์สมัยใหม่ ที่ประกอบด้วยทัศนะที่ มองความตายว่าเป็นความเสียหายล้มเหลวของอวัยวะหรือระบบอวัยวะ ความตายเป็นภัยอันตรายที่น่ากลัว และความตายเป็นสภาวะที่สามารถควบคุม ป้องกัน ตอบโต้ได้ด้วยระบบบริการทางการแพทย์สมัยใหม่ ชุดทัศนะดังกล่าวดำรงอยู่ในกิจกรรมบริการสุขภาพในลักษณะที่เป็นปกติ อัตโนมัติ เกิดขึ้นโดยทั่วไปอย่างกว้างขวาง 4. ระบบบริการสุขภาพมีทัศนะต่อความตายชุดรอง ที่ได้รับอิทธิพลจากวิธีการมองความตายแบบงานดูแลแบบ ประคับประคองระยะท้าย (Palliative Care) และแนวคิดแบบศาสนาและจิตวิญญาณ ซึ่งดำรงอยู่ในลักษณะกิจกรรมพิเศษ 5. ทัศนะต่อความตายมีความหลากหลาย ได้ทับซ้อนลงในกรณีการตายหนึ่งๆ ทำให้การตายช่วงเวลาของชีวิตที่ ยาก ซับซ้อน การดูแลการตายจึงตกอยู่ในมือของวิชาชีพสุขภาพมากขึ้นเพราะเชื่อว่าสามารถจัดการการตายได้มีประสิทธิภาพกว่าความรู้แบบชาวบ้าน ปรากฏการณ์ดังกล่าวสร้างวิกฤติและความทุกข์ทั้งต่อผู้ป่วย ครอบครัวผู้ดูแล ผู้ให้บริการ และต่อระบบบริการสุขภาพ ของโรงพยาบาลสมัยใหม่ งานวิจัยชิ้นนี้เสนอให้ระบบบริการสุขภาพและสังคมเปิดพื้นที่สาธารณะเพื่อการสนทนา อภิปรายถึงทัศนะต่อ ความตายที่ดำรงอยู่ในสังคมและกำหนดวิถีสุขภาพและการตาย เพื่อสร้างตระหนักถึงอิทธิพลของทัศนะต่อความตายในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพและระบบสังคม อันจะนำไปสู่การวางท่าทีต่อความตายอย่างใคร่ครวญไตร่ตรองและระมัดระวังมากขึ้น | |
dc.format.extent | ก-ญ, 194 แผ่น | |
dc.format.mimetype | application/pdf | |
dc.identifier.citation | วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (สังคมศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2556 | |
dc.identifier.uri | https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/93531 | |
dc.language.iso | tha | |
dc.publisher | มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล | |
dc.rights | ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า | |
dc.rights.holder | มหาวิทยาลัยมหิดล | |
dc.subject | ความตาย | |
dc.subject | กลุ่มชาติพันธุ์ | |
dc.subject | บริการทางการแพทย์ -- ไทย | |
dc.title | มิติทางวัฒนธรรมของความตายในโรงพยาบาลสมัยใหม่ : การศึกษาเชิงชาติพันธุ์วรรณาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | |
dc.title.alternative | Cultural aspects of death in modern hospital : an ethnographic study in a Hospital in Northeast Thailand | |
dc.type | Master Thesis | |
dcterms.accessRights | open access | |
mods.location.url | http://mulinet11.li.mahidol.ac.th/e-thesis/2555/cd470/5236854.pdf | |
thesis.degree.department | คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ | |
thesis.degree.discipline | สังคมศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข | |
thesis.degree.grantor | มหาวิทยาลัยมหิดล | |
thesis.degree.level | ปริญญาโท | |
thesis.degree.name | ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต |