Structured reflective writing to increase confidence levels in emergency obstetric anesthesia of nurse anesthetist students
2
Issued Date
2024
Copyright Date
2018
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xii, 151 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Health Science Education))--Mahidol University, 2018
Suggested Citation
Patcha Hortrakul Structured reflective writing to increase confidence levels in emergency obstetric anesthesia of nurse anesthetist students. Thesis (M.Sc. (Health Science Education))--Mahidol University, 2018. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/91784
Title
Structured reflective writing to increase confidence levels in emergency obstetric anesthesia of nurse anesthetist students
Alternative Title(s)
การเขียนสะท้อนคิดแบบมีโครงสร้างเพื่อเพิ่มระดับความมั่นใจ ในการระงับความรู้สึกผู้ป่วยฉุกเฉิน ทางสูติกรรม ให้นักศึกษาวิสัญญีพยาบาล
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
The use of structured reflective writing and structured feedback has not been proved to be superior to the normal descriptive reflective writing and general feedback in helping student improve confidence level. The purpose of this experimental study was to compare between the structured reflective writing with structured feedback and the normal descriptive reflective writing with general feedback to increase the students' confidence level. Thirty-six nurse anesthetic students (NAS) of Siriraj Hospital were the target and sample population by matchingsampling. One group (N=18) received the structured reflective writing with structured feedback and another group (N=18) received the normal descriptive reflective writing with general feedback. The confidence level of the two groups were compared before the workshop, immediately after the workshop, and after the completion of 2 obstetric cases of general anesthesia. The repeated measured data analysis consisted of frequency, percentage, mean, standard deviation, paired t-test, and ANOVA. The results showed that there were changes in the scores of both groups between the 2nd and the 3rd confidence tests after the increased scores of the 1st confidence test for each question, but there was no significant difference between the groups in all questions. The writing reports of reflection demonstrated that the structured reflective questions could guide the participants to succeed in the depth of reflection more than the nonstructured reflective questions. Educators should include the structured reflection writing with structured feedback to guide the students towards achieving success in the depth of reflection for enhancing their confidence level.
การเขียนสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับแบบมีโครงสร้างจะช่วยพัฒนาระดับการเพิ่มระดับความมั่นใจของนักศึกษาวิสัญญีพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินทางสูติกรรมมากกว่าการเขียนการสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับแบบไม่มีโครงสร้างหรือไม่ ด้วยการวิเคราะห์ระดับความมั่นใจของนักศึกษาวิสัญญีพยาบาลหลังจากมีการเขียนสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับ 2 ประเภท เปรียบเทียบก่อนและหลังเข้าร่วมการเข้าฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จาลองเรื่องการระงับความรู้สึกผู้ป่วยฉุกเฉินทางสูติกรรม และหลังจากการระงับความรู้สึกผู้ป่วยฉุกเฉินทางสูติกรรม โดยจัดผู้เข้าร่วมการวิจัยจำนวน 36 คนจากนักศึกษาวิสัญญีพยาบาลเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกได้รับแนวคา ถามเพื่อการสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับแบบไม่มีโครงสร้าง กลุ่มที่สองได้รับการเขียนสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับแบบมีโครงสร้าง ทั้งสองกลุ่มได้ทำแบบสอบถามระดับความมั่นใจคนละ 3 ครั้ง และทำการสะท้อนคิดและได้รับข้อมูลป้อนกลับทั้งหมดคนละ 3 ครั้ง ข้อมูลที่ได้จะถูกวิเคราะห์และ นามาสรุปผลในภาพรวมของกลุ่ม ในรูปแบบของความถี่, ร้อยละ, ค่าเฉลี่ย, ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน, ค่าเฉลี่ยระหว่างกลุ่มตัวอย่างสองกลุ่มที่ไม่เป็นอิสระจากกัน, การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ และ การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาพบว่าการระดับความมั่นใจของทั้งสองกลุ่มไม่พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่การเขียนสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับแบบมีโครงสร้างส่งเสริมให้สามารถสะท้อนคิดได้ระดับลึกมากกว่าการสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับแบบไม่มีโครงสร้าง ผู้สอนควรใช้การเขียนสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับแบบมีโครงสร้างปรับเข้ากับการเรียนการสอนเพื่อเสริมให้ผู้เรียนเข้าใจการสะท้อนคิดในระดับลึกมากขึ้น
การเขียนสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับแบบมีโครงสร้างจะช่วยพัฒนาระดับการเพิ่มระดับความมั่นใจของนักศึกษาวิสัญญีพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินทางสูติกรรมมากกว่าการเขียนการสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับแบบไม่มีโครงสร้างหรือไม่ ด้วยการวิเคราะห์ระดับความมั่นใจของนักศึกษาวิสัญญีพยาบาลหลังจากมีการเขียนสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับ 2 ประเภท เปรียบเทียบก่อนและหลังเข้าร่วมการเข้าฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จาลองเรื่องการระงับความรู้สึกผู้ป่วยฉุกเฉินทางสูติกรรม และหลังจากการระงับความรู้สึกผู้ป่วยฉุกเฉินทางสูติกรรม โดยจัดผู้เข้าร่วมการวิจัยจำนวน 36 คนจากนักศึกษาวิสัญญีพยาบาลเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกได้รับแนวคา ถามเพื่อการสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับแบบไม่มีโครงสร้าง กลุ่มที่สองได้รับการเขียนสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับแบบมีโครงสร้าง ทั้งสองกลุ่มได้ทำแบบสอบถามระดับความมั่นใจคนละ 3 ครั้ง และทำการสะท้อนคิดและได้รับข้อมูลป้อนกลับทั้งหมดคนละ 3 ครั้ง ข้อมูลที่ได้จะถูกวิเคราะห์และ นามาสรุปผลในภาพรวมของกลุ่ม ในรูปแบบของความถี่, ร้อยละ, ค่าเฉลี่ย, ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน, ค่าเฉลี่ยระหว่างกลุ่มตัวอย่างสองกลุ่มที่ไม่เป็นอิสระจากกัน, การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ และ การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาพบว่าการระดับความมั่นใจของทั้งสองกลุ่มไม่พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่การเขียนสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับแบบมีโครงสร้างส่งเสริมให้สามารถสะท้อนคิดได้ระดับลึกมากกว่าการสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับแบบไม่มีโครงสร้าง ผู้สอนควรใช้การเขียนสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับแบบมีโครงสร้างปรับเข้ากับการเรียนการสอนเพื่อเสริมให้ผู้เรียนเข้าใจการสะท้อนคิดในระดับลึกมากขึ้น
Description
Health Science Education (Mahidol University 2018)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
Degree Discipline
Health Science Education
Degree Grantor(s)
Mahidol University
