Search Results

Now showing 1 - 7 of 7
  • Item
    แนวทางการลด การคัดแยก และการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ สำหรับเทศบาลเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
    (มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล, 2550) จุฑามาศ วรรณแก้ว; สิทธิพงษ์ ดิลกวณิช
    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวโน้มสถานการณ์ปริมาณและองค์ประกอบขยะ การจัดการการลดปริมาณการเกิดขยะและการคัดแยกขยะเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ความรู้ ทัศนคติและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ ลดปริมาณการเกิดขยะและการคัดแยกขยะเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่... เพื่อเสนอแนวทางในการลดปริมาณการเกิดขยะและ การคัดแยกขยะเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่อย่างมีส่วนร่วมของเทศบาลเมืองหัวหิน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษา คือเทศบาลเมืองหัวหิน และ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการขยะ ได้แก่ ประชาชน ทั่วไปจำนวน 399 ตัวอย่าง คณะกรรมการชุมชน
  • Item
    ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการลดปริมาณขยะมูลฝอยจากครัวเรือน : กรณีศึกษาเทศบาลนครอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
    (มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล, 2550) วรุฬยุภา ทองกลม; พิสิฐ ศุกรียพงศ์
  • Item
    การพัฒนางานจัดการมูลฝอยโรงพยาบาลปราสาท จังหวัดสุรินทร์
    (มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล, 2557) ดวงรัตน์ ใจโพธิ์; สมชาติ โตรักษา; พิศิษฐ์ วัฒนสมบูรณ์; ชุมนุม วิทยานันท์
    งานจัดการมูลฝอยโรงพยาบาล ต้องดำเนินการให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม การวิจัยพัฒนาเชิงทดลองแบบสองกลุ่ม วัดผลก่อน-หลังการทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบงานจัดการมูลฝอยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน ระหว่างก่อนกับหลังการนำรูปแบบที่พัฒนาขึ้นไปดำเนินการ ใช้โรงพยาบาลปราสาทเป็นพื้นที่ทดลอง และ โรงพยาบาลรัตนบุรีเป็นพื้นที่ควบคุม ระหว่าง 10 กันยายน 2556 ถึง 20 มกราคม 2557 กลุ่มตัวอย่าง คือ การดำเนินงานจัดการมูลฝอยโรงพยาบาล ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนการทดลอง และในช่วง 1 สัปดาห์หลังการทดลอง ทั้งในพื้นที่ทดลองและพื้นที่ควบคุม รวม 20,776 ครั้ง ผู้ตอบแบบสอบถามรวมทั้งสิ้น 2,102 คน รวม 2,605 ชุด วัดผล การดำเนินงาน 5 ด้าน คือ ปริมาณงาน คุณภาพงาน ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง แรงงานที่ใช้ในการปฏิบัติงาน และด้านเศรษฐศาสตร์ของการดำเนินงาน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ ค่าสถิติ Independent t, Mann-Whitney U, Paired t, Wilcoxon Matched-Pairs Signed-Ranks ที่แอลฟ่า 0.05 เครื่องมือที่ใช้ ในการเก็บข้อมูลผลการดำเนินงาน คือ แบบบันทึกข้อมูลพื้นที่วิจัย แบบบันทึกจำนวนผู้มารับบริการโรงพยาบาล แบบบันทึกการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มงานประจำวัน แบบบันทึกการตรวจสอบการแยกทิ้งมูลฝอย แบบบันทึก ปริมาณมูลฝอย สมุดธนาคารมูลฝอยรีไซเคิล แบบบันทึกรายได้จากมูลฝอยรีไซเคิล แบบสอบถามความพึงพอใจ แบบบันทึกเหตุการณ์ที่มีผลต่อการพัฒนารูปแบบและการนำรูปแบบที่พัฒนาขึ้นไปดำเนินการ ผลการวิจัย พบว่า รูปแบบงานจัดการมูลฝอยที่พัฒนาขึ้น ใช้หลักวิชาการด้านการบริหาร มาตรฐาน งานมูลฝอย ทฤษฎีพฤติกรรมของ Fogg's behavior model พ.ร.บ.และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีโครงสร้างและ ระบบงาน เป็นลายลักษณ์อักษร มีคู่มือแนวทางวิธีปฏิบัติงานที่ชัดเจน หลังการทดลอง พบว่าความถูกต้องของการคัดแยกมูลฝอยเพิ่มขึ้นทั้งมูลฝอยรีไซเคิล (p<0.001) มูลฝอยอินทรีย์ (p<0.001) และมูลฝอยทั่วไป (p<0.008) อัตราการเกิดมูลฝอยทั่วไปลดลง (p=0.014) มูลฝอยที่สามารถทำประโยชน์ได้เพิ่มขึ้น ความพึงพอใจเพิ่มขึ้น ทั้ง ผู้บริหาร (p<0.001) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล (p<0.001) และผู้ปฏิบัติงานมูลฝอย (p<0.008) แต่ของผู้ป่วยใน ลดลง (p= 0.037) เสนอแนะให้ดำเนินการวิจัยต่อไป จนสามารถเป็น "ตัวแบบ" งานจัดการมูลฝอยโรงพยาบาลแบบบูรณาการสู่ชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมูลฝอยอันตราย
  • Item
    พฤติกรรมการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อของบุคลากรในสถานพยาบาลแบบไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ในเขตเทศบาลนครรังสิต ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545
    (มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล, 2559) ทรงสุดา ยงพัฒนจิตร; สุรชาติ ณ หนองคาย; ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ; นิทัศน์ ศิริโชติรัตน์
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ เจตคติ แรงจูงใจ และพฤติกรรมของบุคลากรที่ ปฏิบัติงานในสถานพยาบาลแบบไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ในเขตเทศบาลนครรังสิต เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง ความรู้ เจตคติ แรงจูงใจ และพฤติกรรม โดยเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) ใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากบุคลากรในสถานพยาบาล จำนวน 175 คน โดยใช้โปรแกรมสถิติสำเร็จรูปนักวิจัยทางสังคมศาสตร์ ค่าสถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ ฐานนิยม ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติ การวิเคราะห์ถดถอยพหุ ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานพยาบาล มีความรู้เกี่ยวกับมูลฝอยติดเชื้อในระดับปานกลาง ร้อยละ 78.29 โดยพบว่าพฤติกรรมการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อขึ้นอยู่กับความรู้เรื่องมูลฝอยติดเชื้อโดยมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.001) ด้านเจตคติพบว่า ส่วนใหญ่มีเจตคติในทิศทางที่เห็นด้วยต่อการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ ร้อยละ 66.29 และพบว่าเจตคติมีอิทธิพลต่อการกำจัดมูลฝอยติดเชื้ออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.003) ด้านแรงจูงใจพบว่า ส่วนใหญ่มีแรงจูงใจในทิศทางที่เห็นด้วยต่อการกำจัดมูลฝอยติด เชื้อ ร้อยละ 62.29 ข้อเสนอแนะจากการวิจัย คือ ควรมีการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ เจตคติ และแรงจูงใจที่ดีเกี่ยวกับการแยก และการเก็บรวบรวมมูลฝอยติดเชื้อ ให้แก่บุคลากรที่ปฏิบัติงานทุกคน ทั้งในรูปแบบวารสาร คู่มือการปฏิบัติ การจัดเตรียมภาชนะ และรถขนย้ายมูลฝอยติดเชื้อให้เพียงพอ และควรมีนโยบายการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อที่แน่นอน เพื่อนำไปสู่การออกเทศบัญญัติเกี่ยวกับการจัดมูลฝอยติดเชื้อ เพื่อการกำจัดมูลฝอยติดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
  • Item
    นโยบายการจัดการของเสียจากชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดเชียงใหม่
    (มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล, 2554) รวีวรรณ วังพฤกษ์; ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ; เชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล; สุธี อยู่สถาพร
    กลาง และขนาดเล็ก เท่ากับ ร้อยละ 100 ร้อยละ 56.52 และร้อยละ 25 ตามลำดับ นโยบายการจัดการของเสียจากชุมชนส่วนใหญ่กำหนดเรื่องการคัดแยกขยะ ในครัวเรือน และการห้ามเผาขยะในที่โล่ง ที่สาธารณะ การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลในการเก็บ ขน และ...อนุญาตให้บุคคลที่ได้รับอนุญาตดำเนินกิจการโดยทำเป็นธุรกิจหรือโดยได้รับ ประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ มากถึงร้อยละ 74.31 ทั้งจากการฝังกลบ การหมักทำปุ๋ย และการเผา เพื่อลดปัญหาขยะ ตกค้างสะสม ปัญหามลภาวะและการร้องเรียนอันเนื่องมาจากข้อจำกัดเรื่องพื้นที่
  • Item
    ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีของช่างเสริมสวยในกรุงเทพมหานคร
    (มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล, 2556) พรแก้ว เหลืองอัมพร; แอนน์ จิระพงษ์สุวรรณ; สุรินธร กลัมพากร; สรา อาภรณ์
    ความคาดหวังในความสามารถของ ตนเอง การจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล การจัดให้มีการระบายของเสียและขยะ และโรคประจำตัว สามารถ ทำนายพฤติกรรมป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีของช่างเสริมสวยได้ร้อยละ 30.8 ข้อเสนอแนะ จากการศึกษาครั้งนี้ หน่วยงานด้านสุขภาพ
  • Item
    ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในจังหวัดอุบลราชธานี
    (มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล, 2557) พรรณธิดา วรรณลี; ปิยธิดา ตรีเดช; สุคนธา ศิริ; ชาญวิทย์ ตรีเดช
    อย.น้อย ในโรงเรียน กับครู ผู้ดูแลการจำหน่ายอาหาร ในร้านค้าสวัสดิการของโรงเรียน ซึ่งช่วงระยะเริ่มต้นอาจดำเนินการโดยลดปริมาณอาหารขยะ น้ำหวาน/น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบลงเสียก่อน และควรผลักดันให้มีมาตรการในการควบคุมร้านขายอาหาร/แผงลอยใน โรงเรียน รวมถึงรอบรั้ว