Search Results

Now showing 1 - 10 of 14
  • Item
    ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภาวะสุขภาพ และความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้ดูแล กับพฤติกรรมการดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดไม่เขียว
    (มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล, 2567) น้ำฝน แว้นแคว้น; อรุณรัตน์ ศรีจันทรนิตย์; วนิดา เสนะสุทธิพันธุ์
    การศึกษาวิจัยเชิงพรรณนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการรับรู้ภาวะสุขภาพ และความรอบรู้ด้านสุขภาพ กับพฤติกรรมการดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดไม่เขียว กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้ดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดไม่เขียววัย...ภาวะสุขภาพ แบบสอบถามความรอบรู้ด้านสุขภาพ และแบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดไม่เขียว วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของสเปียร์แมน ผลการวิจัย พบว่า พฤติกรรมการดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดไม่เขียวของ
  • Item
    การเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
    (มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล , 2567) เพชรลดา เพ็ชรเรือนทอง ; อรุณรัตน์ ศรีจันทรนิตย์ ; ทัศนี ประสบกิตติคุณ
    การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงศึกษาเปรียบเทียบประชากร 2 กลุ่ม (comparative descriptive study) มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบการเจริญเติบโตและพัฒนาการระหว่างเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดทั้งชนิดไม่เขียวและชนิดเขียวและเด็กปกติ อายุ 1-3 ปี กลุ่มตัวอย่าง...กำเนิดชนิดไม่เขียวและชนิดเขียวมีการเจริญเติบโตแตกต่างกันทุกเกณฑ์ (น้ำหนักเทียบกับอายุ ส่วนสูงเทียบกับอายุ และน้ำหนักเทียบกับส่วนสูง) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) โดยพบว่า เด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียวมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ เตี้ย และผอม ร้อยละ
  • Item
    ผลของโปรแกรมการสอนต่อความรู้และพฤติกรรมของผู้ดูแลเพื่อส่งเสริมภาวะโภชนาการในเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดไม่เขียว
    (มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล, 2559) นฤมล สมชื่อ; วนิดา เสนะสุทธิพันธุ์; อรุณรัตน์ ศรีจันทรนิตย์
    การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการสอนต่อความรู้ และพฤติกรรมของผู้ดูแลเพื่อส่งเสริมภาวะโภชนาการในเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดไม่เขียว ในขวบปีแรก กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ดูแลของเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดไม่...เขียว วิเคราะห์ข้อมูลโดย ใช้สถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม ผลการศึกษาพบว่า หลังเข้าร่วมโปรแกรม ผู้ดูแลในกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยของคะแนนความรู้ในการ ดูแลให้อาหารสำหรับเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดไม่เขียวสูงกว่าผู้ดูแลกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F
  • PublicationOpen Access
    Factors Related to Sleep Duration and Night Waking in Hospitalized Infants with Cyanotic Congenital Heart Disease
    (2024) Porntiwa Sanpawut; Autchareeya Patoomwan; Jariya Wittayasooporn; พรทิวา สรรพาวุฒิ; อัจฉรียา ปทุมวัน; จริยา วิทยะศุุภร
    การวิจัยพรรนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระยะเวลานอนหลับและการตื่นนอนกลางคืนรวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องของทารกโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียวอายุ 6-12 เดือนที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิแห่งหนึ่ง ระหว่างเดือนธันวาคม...เวลา 24 ชั่วโมง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรนาและวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้สถิติสหสัมพันธ์เพียร์สัน และสหสัมพันธ์แบบสเปียร์แมน ผลการศึกษาพบว่าทารกโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียวมีระยะเวลาการนอนหลับรวมทั้งวันเฉลี่ย 770.44 นาที และตื่นตอนกลางคืนเฉลี่ย
  • PublicationOpen Access
    Factors Related to Sleep Duration and Night Waking in Hospitalized Infants with Cyanotic Congenital Heart Disease
    (2024) Porntiwa Sanpawut; Autchareeya Patoomwan; Jariya Wittayasooporn; พรทิวา สรรพาวุฒิ; อัจฉรียา ปทุมวัน; จริยา วิทิยะศุุภร
    การวิจัยพรรนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระยะเวลานอนหลับและการตื่นนอนกลางคืนรวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องของทารกโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียวอายุ 6-12 เดือนที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิแห่งหนึ่ง ระหว่างเดือนธันวาคม...เวลา 24 ชั่วโมง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรนาและวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้สถิติสหสัมพันธ์เพียร์สัน และสหสัมพันธ์แบบสเปียร์แมน ผลการศึกษาพบว่าทารกโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียวมีระยะเวลาการนอนหลับรวมทั้งวันเฉลี่ย 770.44 นาที และตื่นตอนกลางคืนเฉลี่ย
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภาวะสุขภาพและความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้ดูแล กับพฤติกรรมการดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดไม่เขียว
    (2564) น้ำฝน แว้นแคว้น; อรุณรัตน์ ศรีจันทรนิตย์; วนิดา เสนะสุทธิพันธุ์; Namphon Waencwaen; Arunrat Srichantaranit; Wanida Sanasuttipun; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์
    วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการรับรู้ภาวะสุขภาพ และความรอบรู้ด้านสุขภาพ กับพฤติกรรมการดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดไม่เขียวของผู้ดูแล รูปแบบการวิจัย: การศึกษาเชิงความสัมพันธ์ วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง... ได้แก่ ผู้ดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดไม่เขียววัย 0-5 ปี ที่ยังไม่ได้รับการผ่าตัดหัวใจและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ 3 แห่งในกรุงเทพมหานคร จำนวน 75 คน การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบสะดวก เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 2
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    ผลของโปรแกรมการสอนต่อความรู้และพฤติกรรมของผู้ดูแลเพื่อส่งเสริมภาวะโภชนาการในเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดไม่เขียว
    (2559) นฤมล สมชื่อ; Naruemon Somchue; วนิดา เสนะสุทธิพันธุ์; Wanida Sanasuttipun; อรุณรัตน์ ศรีจันทรนิตย์; Arunrat Srichantaranit; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์
    วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการสอนต่อความรู้และพฤติกรรมของผู้ดูแลเพื่อส่งเสริมภาวะโภชนาการในเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดไม่เขียวในขวบปีแรก รูปแบบการวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลอง วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ดูแลของเด็กโรคหัวใจ...รับความรู้ตามโปรแกรมการสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น โดยใช้กรอบแนวคิดการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้ของ โอเร็ม ในการศึกาาครั้งนี้รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามความรู้ และแบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลให้อาหารสำหรับเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดไม่เขียว วิเคราะห์
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรู้และการรับรู้สมรรถนะของตนเองต่อการรับรู้สมรรถนะในการดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กําเนิดชนิดไม่เขียวของผู้ดูแล
    (2554) แพรวดาว พันธุรัตน์; Prawdao Panturut; วนิดา เสนะสุทธิพันธุ์; Wanida Sanasuttipun; ทัศนี ประสบกิตติคุณ; Tassanee Prasopkittikun; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์; กระทรวงสาธารณสุข. กรมการแพทย์. สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
    วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมความรู้และการรับรู้สมรรถนะของตนเองต่อการรับรู้สมรรถนะในการดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กําเนิดชนิดไม่เขียวของผู้ดูแล รูปแบบการวิจัย:การวิจัยแบบกึ่งทดลอง แบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง วิธีดําเนินการวิจัย...:กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ดูแลที่นําเด็กเข้ารับการรักษาในสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีเป็นผู้ดูแลเพศหญิงมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับผู้ป่วยเด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจพิการแต่กําเนิดชนิดไม่เขียวที่ยังไม่ได้รับการผ่าตัดเพื่อแก้ไขความผิดปกติ อายุ 3 เดือน
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    ผลของโปรแกรมการสอนเรื่องการให้ยาชนิดรับประทานหลังผ่าตัดหัวใจต่อความรู้และพฤติกรรมของผู้ดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
    (2560) มัณฑนา ประชุมจิตร; Munthana Prachumchit; วนิดา เสนะสุทธิพันธุ์; Wanida Sanasuttipun; อรุณรัตน์ ศรีจันทรนิตย์; Arunrat Srichantaranit; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์
    วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการสอนเรื่องการให้ยาชนิดรับประทานหลังผ่าตัดหัวใจในผู้ดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด รูปแบบการวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลอง วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหลังผ่าตัดหัวใจ...รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามความรู้ และแบบสอบถามพฤติกรรมของผู้ดูแลในการให้ยาชนิดรับประทานแก่เด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหลังผ่าตัด วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้สถิติพรรณนาและวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม (ANCOVA) ผลการวิจัย: ภายหลังการเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มทดลอง
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    การพยาบาลผู้ป่วยเด็กหลังการได้รับการผ่าตัด Modified Blalock-Taussig Shunt (MBTS) ในระยะวิกฤต
    (2563) นริศา อาจอ่อนศรี; ธีรพงศ์ โตเจริญโชค; Narisa Ajonsre; Teerapong Tocharoenchok; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. ฝ่ายการพยาบาล
    การผ่าตัด Modified Blalock-Taussig Shunt (MBTS) เป็นการผ่าตัดประคับประคอง (palliative surgery) เพื่อแก้ไขปัญหาเลือดไปปอดน้อยในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียว ซึ่งพยาบาลผู้ดูแลผู้ป่วยมีจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจ และทักษะ...ต่ำหรือภาวะที่หัวใจบีบเลือดออกจากหัวใจได้น้อยลง ภาวะเลือดไปปอดน้อยเกินไป และภาวะเลือดไปปอดมากเกินไป ร่วมกับการให้ความช่วยเหลือและร่วมมือกับแพทย์ในการดูแลรักษา เพื่อเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้ป่วยและครอบครัว