MUKA-Article

Permanent URI for this collectionhttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/151

บทความภาษาต่างประเทศส่วนใหญ่อยู่ในฐานข้อมูล Scopus

Browse

Recent Submissions

Now showing 1 - 9 of 9
  • ItemOpen Access
    การประเมินการใช้หนังสือจัดซื้อของห้องสมุดวิทยาเขตกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล
    (2566) กาญจนาถ เสาวกุล; Kanchanath Saovakul
    การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาหนังสือจัดซื้อของห้องสมุดวิทยาเขตกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล ในปีงบประมาณ 2557 – 2563 ด้านงบประมาณจัดซื้อ การใช้ ไม่ใช้หนังสือจัดซื้อ และความคุ้มทุนการใช้หนังสือจัดซื้อ และ 2) เพื่อประเมินการใช้หนังสือจัดซื้อของห้องสมุดวิทยาเขตกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล ประมวลผลจากโปรแกรมห้องสมุดอัตโนมัติ Sierra เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ ตารางข้อมูลรายการหนังสือจัดซื้อในช่วงปีงบประมาณ 2557 – 2563 ตารางข้อมูลงบประมาณการจัดซื้อหนังสือ และตารางการใช้ ไม่ใช้หนังสือจัดซื้อ โดยใช้โปรแกรม Microsoft Excel มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ผลการวิจัย พบว่า 1) การใช้งบประมาณในการจัดซื้อหนังสือของห้องสมุดวิทยาเขตกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล ในปีงบประมาณ 2557 – 2563 ทั้งสิ้น 1,895,854.30 บาท ปริมาณหนังสือจัดซื้อรวมทั้งหมด 1,763 เล่ม เป็นหนังสือภาษาไทย 1,270 เล่ม ภาษาต่างประเทศ 493 เล่ม มีการใช้หนังสือ 953 เล่ม และไม่มีการใช้หนังสือ 810 เล่ม ซึ่งมีการใช้หนังสือจำนวนเล่มมากกว่าที่ไม่มีการใช้หนังสือ ค่าประสิทธิผลของต้นทุน การจัดซื้อหนังสือ 463.53 บาท หนังสือที่ซื้อสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการและมีความคุ้มทุนในการใช้หนังสือเฉลี่ย 2.32 ครั้งต่อเล่ม 2) การประเมินการใช้หนังสือจัดซื้อ พบว่า ค่าการใช้หนังสือมากกว่า 1 หรือ Overused มี 4 สาขาวิชา ต้องเพิ่มการจัดซื้อ และค่าการใช้หนังสือน้อยกว่า 1 หรือ Underused มี 4 สาขาวิชา ต้องเพิ่มการประชาสัมพันธ์หนังสือ ส่งเสริมการใช้สำหรับ 4 สาขาวิชาให้มากขึ้น
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    การยกระดับความปลอดภัยห้องปฏิบัติการเคมี L-210 มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ตามมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการวิจัยในประเทศไทย
    (2564) กาญจนา สุรีย์พิศาล; Kanchana Sureepisan; มหาวิทยาลัยมหิดล. วิทยาเขตกาญจนบุรี
    การยกระดับความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการทำงานในห้องปฏิบัติการเคมี ที่ต้องเกี่ยวข้องกับสารเคมีหลากหลายชนิดซึ่งมีความเป็นอันตรายและมีความเสี่ยงสูง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและประเมินสถานภาพความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการเคมี L-210 ของมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี และดำเนินการยกระดับความปลอดภัยตามแนวทางคู่มือการประเมินความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ จากการสำรวจสถานภาพความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ ก่อนการดำเนินการพัฒนายกระดับโดยใช้แบบสำรวจ ESPReL Checklist พบว่าระดับการประเมินความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการ คิดเป็นร้อยละ 52.40 จึงทำการวิเคราะห์ช่องว่างของความปลอดภัย (GAP Analysis) และจัดทำแผนยกระดับความปลอดภัยโดยการจัดลำดับความสำคัญ (Set Priority) และดำเนินการพัฒนาองค์ประกอบความปลอดภัย ซึ่งประกอบด้วย การบริหารระบบจัดการความปลอดภัย ระบบการจัดการสารเคมี ระบบการจัดการของเสีย ลักษณะทางกายภาพของห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์และเครื่องมือ ระบบป้องกันและแก้ไขภัยอันตราย และการจัดการข้อมูลและเอกสาร จากการพัฒนายกระดับความปลอดภัย พบว่าห้องปฏิบัติการมีสถานภาพความปลอดภัยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 97 สรุปได้ว่าห้องปฏิบัติการมีการจัดการความปลอดภัยที่ดีขึ้น ผลการศึกษาวิจัยนี้สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาระบบความปลอดภัยให้กับห้องปฏิบัติการอื่น ๆ ของวิทยาเขตกาญจนบุรี และห้องปฏิบัติการของหน่วยงานต่าง ๆ ได้ ตลอดจนเป็นแนวทางในการจัดทำคู่มือมาตรฐานความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการของวิทยาเขตกาญจนบุรีต่อไป
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    การจัดการความเสี่ยงของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ : ความสำเร็จของธุรกิจเกิดใหม่ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
    (2563) สุฏิกา รักประสูติ; นงนิภา ตุลยานนท์; Sutika Rukprasoot; Nongnipa Tulayanond; มหาวิทยาลัยมหิดล. วิทยาเขตกาญจนบุรี. สาขาการบัญชี
    บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้ผู้ประกอบการธุรกิจเกิดใหม่เห็นความสำคัญในการจัดการความเสี่ยงของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งมีความสำคัญมากในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากการทบทวนวรรณกรรม พบว่าผู้ประกอบการธุรกิจเกิดใหม่ประสบความล้มเหลวประมาณ ร้อยละ 90 และยังพบว่าผู้ประกอบการในประเทศไทยขาดความสามารถในการสร้างนวัตกรรม จึงมีความจำเป็นต้องเร่งพัฒนาความสามารถในการสร้างนวัตกรรม เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจเกิดใหม่ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ก็ยังประสบความล้มเหลว เนื่องจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่มีความเสี่ยงสำคัญประกอบด้วย 4 ด้าน คือความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงานความเสี่ยงด้านการตลาด และความเสี่ยงด้านการเงิน นอกจากนี้ บทความวิชาการนี้ได้นำเสนอกรอบแนวคิดการจัดการความเสี่ยงของ COSO-ERM 2017 เพื่อช่วยให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ประสบความสำเร็จตลอดจนเสนอกรอบแนวคิดสำหรับงานวิจัยในอนาคต เพื่อศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดการจัดการความเสี่ยงของ COSO-ERM 2017 เพื่อสร้างความยั่งยืนของธุรกิจเกิดใหม่ในประเทศไทย
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    Revision of Vajiralongkorn Dam’s Reservoir Characteristic Curves Using NDWI Derived from Landsat 8 Data
    (2020) Yutthana Phankamolsil; Ekasit Kositsakulchai; Mahidol University. Kanchanaburi Campus. Environmental Engineering and Disaster Management Program; Kasetsart University. Faculty of Engineering at Kamphaeng Saen. Department of Irrigation Engineering
    Reservoir characteristics are the essential information for water management planning and reservoir operation. Regular monitoring and assessment of the reservoir characteristics can reduce risks associated with the reservoir operation. This research assessed the reservoir characteristics (water surface, volume) of Vajiralongkorn Dam using remote sensing. Reservoir water surface was classified using the Normalized Difference Water Index (NDWI) derived from the Landsat 8 data, and validated using the streamline matching rate (SMR) and the streamline matching error (SME) techniques for shoreline accuracy assessment. The volume between two water levels was calculated using the prismatic equation. The storage capacity curve was constructed from the reservoir water level and cumulative volume. The accuracy of NDWI technique was satisfactory in identifying reservoir water surface with a good accuracy of shoreline delineation (SMR>95% and SME=11.7 m). The water surface has decreased on the average of 8.2 km2 (2.8%) compared with the original data in 1980. The storage capacity has decreased 495.3 million m3 (MCM) over 38 years from 1980 to 2018, an annual capacity loss of 13 MCM. Finally, sustainable service of the reservoir needs better knowledge of the effects of storage loss, the erosion and sediment-transport processes, and conservation measures.
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    การรวบรวมซากนกป่าเพื่อเป็นสื่อการสอนในมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี
    (2557) สุภัทร ประสพศิลป์; กุลธิดา อิทธิพร; ยุรนันท์ อยู่ในวงศ์; Suphat Prasopsin; Kuntida Ittiporn; Yuranan Unaiwong; มหาวิทยาลัยมหิดล. วิทยาเขตกาญจนบุรี
    มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ซึ่งมีสภาพเป็นป่าธรรมชาติทำให้มีโอกาสได้พบสัตว์ป่าโดยเฉพาะนกซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่พบได้ง่าย และยังพบนกบินชนกระจกหรือหลงติดในตัวอาคารทำให้บาดเจ็บและตายเป็นจำนวนมาก จึงได้ทดลองนำซากมาเป็นสื่อการสอนตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2552 แทนตัวอย่างที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมีราคาแพงมากเกินไป จากการสำรวจและรวบรวมซากนกพร้อมจัดทำบัญชีเพื่อขออนุญาติครอบครองให้ถูกกฎหมาย สามารถรวบรวมซากได้ทั้งหมด 35 ชิ้น ประกอบด้วย ซากตัว ซากปีก ซากขน ซากรัง และซากไข่ ซึ่ง จำแนกชนิดได้ 24 ชนิด 17 วงศ์ วงศ์ที่พบมากที่สุดคือ วงศ์นกปรอด (Pycnonotidae) ส่วนสาเหตุการตายที่พบมากที่สุดคือ ถูกรถชนตาย คิดเป็นร้อยละ 42
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    ความพึงพอใจการใช้ศูนย์บริการงานหอพักของนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี
    (2561) สุดารัตน์ ปานดอนลาน; ปรางค์ฉาย พันธ์เพชร; รุ่งสุรีย์ สุวรรณมาลี; Sudarat Pandonlan; Prangchai Phanphech; Roongsuree Suvanmalee; มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี. สำนักงานวิทยาเขตกาญจนบุรี
    การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการใช้บริการศูนย์บริการงานหอพัก มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี และศึกษาลักษณะการให้บริการเป็นวัตถุประสงค์รอง โดยทำการสำรวจความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการใช้ศูนย์บริการงานหอพักนัก ประจำปีการศึกษา 2559 จำนวนทั้งสิ้น 144 ตัวอย่าง ระหว่างเดือนมกราคม – เดือนมีนาคม 2560 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ได้แก่ จำนวนความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยโปรแกรม SPSS version 18 (ลิขสิทธิ์มหาวิทยาลัยมหิดล) ผลการศึกษาพบว่า นักศึกษามีความพึงพอใจมากในด้านการให้บริการของเจ้าหน้าที่ (คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.31) ความพึงพอใจรองลงมา ได้แก่ ด้านคุณภาพการให้บริการ นักศึกษามีความพึงพอใจมาก (คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.23) ด้านกระบวนการขั้นตอนในการให้บริการและด้านสถานที่สิ่งอำนวยความสะดวก นักศึกษามีความพึงพอใจมาก โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.13 นักศึกษาใช้บริการทางด้านไปรษณีย์มากเป็นลำดับที่หนึ่ง (ร้อยละ 90.3) ลำดับต่อมาคือ การบริการด้านพยาบาล (ร้อยละ 63.2) ด้านยืม-คืนกุญแจสำรอง (ร้อยละ 54.2) ด้านการซ่อมบำรุง (ร้อยละ 36.8) และด้านให้คำปรึกษา (ร้อยละ 9.7) ตามลำดับ
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความตระหนักและการนำหลักธรรมาภิบาลไปสู่การปฏิบัติขององค์การ กรณีศึกษา เทศบาลตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
    (2558) สุรเชษฐ ลิ้มเฉลิม; มหาวิทยาลัยมหิดล. วิทยาเขตกาญจนบุรี
    งานวิจัยเรื่อง การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความตระหนักและการนำ หลักธรรมาภิบาลไปสู่การปฏิบัติขององค์การ กรณีศึกษา เทศบาลตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาระดับความตระหนัก ธรรมาภิบาลของบุคลากรเทศบาลตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี 2) เพื่อศึกษาระดับการนำหลักธรรมาภิบาลไปปฏิบัติภายใน เทศบาลตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความตระหนัก และการนำหลักธรรมาภิบาลไปสู่การปฏิบัติขององค์การ 4) เพื่อศึกษาข้อคิดเห็นและ ข้อเสนอแนะต่อการนำหลักธรรมาภิบาลไปใช้ ผลการศึกษาพบว่า ในการศึกษาระดับความตระหนักในการนำหลัก ธรรมาภิบาลไปใช้ในการปฏิบัติงานภายในเทศบาลตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี บุคลากรเทศบาลตำบลลาดหญ้า มีระดับความตระหนักในการนำ หลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการปฏิบัติงาน โดยภาพรวม อยู่ในระดับดีมาก ในการศึกษาระดับการนำหลักธรรมาภิบาลไปปฏิบัติภายใน เทศบาลตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี บุคลากรที่นำหลักธรรมาภิบาลไปสู่การปฏิบัติขององค์การ โดยภาพรวม มีเกณฑ์ระดับดีมาก และการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความตระหนัก และการนำหลักธรรมาภิบาลไปสู่การปฏิบัติขององค์การ ความสัมพันธ์ระหว่าง ความตระหนักกับการนำธรรมาภิบาลไปปฏิบัติโดยภาพรวม ความตระหนัก โดยภาพรวมมีความสัมพันธ์กันระดับปานกลาง และเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับ การนำธรรมาภิบาลไปปฏิบัติโดยภาพรวม
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    Morphology and histology of the adult Paramphistomum gracile Fischoeder, 1901.
    (2013) Busaba Panyarachun; Arin Ngamniyom; Prasert Sobhon; Panat Anuracpreeda; Mahidol University. Kanchanaburi Campus. Agricultural Science; Mahidol University.Faculty of Science. Department of Anatomy; Mahidol University.Division of Agricultural Science.
    In the present study, we evaluated the histological morphology of the adult Paramphistomum (P.) gracile. Adult flukes with bodies 5∼15 mm in length and 2∼7 mm in width were subjected to histological analysis. Longitudinal and transversal serial-sections were stained with hematoxylin and eosin, and examined. The body surface and longitudinal section of P. gracile were also assessed using scanning electron microscopy. In this species, the anterior sucker and posterior sucker (acetabulum) were present on an anterior and posterior part of the body, respectively. The major folds were located in the areas of the anterior sucker, genital canal, and posterior sucker. The fluke membrane was spineless at the tegument surface and in the tegument tissue. Histological data showed structural-systematic characteristics of the digestive tract, reproductive tract, excretory tract, copulatory organs, connective tissues, and muscle tissues. We attempted to elucidate the histological characteristics of P. gracile that might increase the knowledge and understanding of rumen fluke morphology.
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    Preliminary evaluation of the analgesic and anti-inflammatory effects of Tacca integrifolia in rodents
    (2015) Thatree Autsavakitipong; Parirat Khonsung; Ampai Panthong; Natthakarn Chiranthanut; Puongtip Kunanusorn; Narong Nuntasaen; Thaworn Jaipetch; Samreang Bunteang; Vichai Reutrakul; Mahidol University. Kanchanaburi Campus. Center for Innovation Chemistry
    Summary. This is a preliminary investigation of the ethyl acetate extract of the leaf of Tacca integrifolia (TIE) for the analgesic activity using writhing response in mice, tail flick test in rats and for anti-inflammatory activity using ethyl phenyl propiolate (EPP)-induced ear edema, carrageenan- and arachidonic acid-induced hind paw edema, as well as cotton pellet-induced granuloma formation in rats. The results showed that TIE (200 mg/kg, PO) significantly inhibited pain caused by acetic acid injection (65.9%) but did not exhibit effect in tail flick test in rats. These findings suggest that analgesic mechanism of TIE may act via peripherally pathway. The study of anti-inflammatory effect showed that TIE significantly inhibited ear edema induced by EPP. TIE (200 mg/kg, PO) inhibited paw edema induced by carrageenan (55.5%) and arachidonic acid (48.6%) but had no effect on cotton-induced granuloma formation in rats. In conclusion, the ethyl acetate extract of leaf of T. integrifolia possessed anti-inflammatory activity in acute inflammation and analgesic activity. Industrial relevant. Plants of the genus Tacca have been reported to possess many activities such as analgesic, anti-inflammatory and, antipyretic activities. Many species have been used to treat high blood pressure, burn, gastric ulcer, and hepatitis. The scientific studies supporting the traditional uses of Tacca integrifolia for some of the alleged activities are still lacking. The screening test for analgesic and anti-inflammatory effect of the ethyl acetate extract of the leaf of Tacca integrifolia provides scientific data to confirm the potentials of T. integrifolia as an analgesic and anti-inflammatory anti-inflammatory drug in the future.