Publication: Effects of a Supportive Educative Nursing Program on Knowledge and Self-care Behaviors of Older Adults with Heart Failure
Issued Date
2017
Resource Type
Language
eng
ISSN
2697-584X (Print)
2697-5866 (Online)
2697-5866 (Online)
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
Department of Public Health Nursing Faculty of Public Health Mahidol University
Bibliographic Citation
Thai Journal of Public Health. Vol. 47, No. 1 (January-April 2017), 105-114
Suggested Citation
Ketchayanee Waenkaew, Patcharaporn Kerdmongkol, Kwanjai Amnatsatsue, เกตน์ชญานี แว่นแก้ว, พัชราพร เกิดมงคล, ขวัญใจ อำนาจสัตย์ซื่อ Effects of a Supportive Educative Nursing Program on Knowledge and Self-care Behaviors of Older Adults with Heart Failure. Thai Journal of Public Health. Vol. 47, No. 1 (January-April 2017), 105-114. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/63729
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Effects of a Supportive Educative Nursing Program on Knowledge and Self-care Behaviors of Older Adults with Heart Failure
Alternative Title(s)
ผลของโปรแกรมการสนับสนุนและให้ความรู้ต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว
Other Contributor(s)
Abstract
An increasing number of older adults with
heart failure has been recognized worldwide.
With a decline in self-care ability and lack of
knowledge, older patients with heart failure
have been facing frequent admission and
more complications. The aim of this study
was to assess the effects of a supportive
educative nursing program developed based
on the Orem’s Self-care Theory on knowledge
and self-care behaviors of the older patients
with heart failure. A two-group pre-posttest
experimental study was conducted at patients’
homes in Bangkok. A total of 42 participants,
60 years and older with a diagnosis of heart
failure, were randomly assigned to the intervention
and the comparison groups. The
comparison group received routine care, while
the intervention group received a 4-week
supportive educative nursing program. The
intervention consisted of health education and
skill training on fluid and sodium restriction,
medical adherence, exercise, and emergency
care, home visits; and weekly telephone call.
A self-report questionnaire, developed by the
researcher, was used to collect data before and
after the intervention. According to paired t-test,
the intervention group has a significantly
higher pre-posttest mean score of knowledge
as well as self-care behaviors (p<0.001). The
results confirmed that a supportive educative
nursing program could improve knowledge
and self-care behaviors of older adults with
HF. Clinical outcome should be examined for
older adults with HF in the future study. This
program should be applied to promote self-care
behaviors of the community-dwelling older
patients with other chronic disease.
ปัจจุบันจำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว มีจำนวนเพิ่มขึ้นทั่วโลก พบว่า ผู้สูงอายุดังกล่าวต้อง เผชิญกับปัญหาการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและ ภาวะแทรกซ้อนบ่อยครั้ง เนื่องจากมีความสามารถ ในการดูแลตนเองลดลง และขาดความรู้เรื่องโรคและ การดูแลตนเอง การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผล ของโปรแกรมการสนับสนุนและให้ความรู้ต่อความรู้ และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะ หัวใจล้มเหลวหลังจากจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล การวิจัยกึ่งทดลองแบบ 2 กลุ่ม วัดก่อนและหลัง ทำการศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่จำหน่ายออกจากโรงพยาบาลกลาง กรุงเทพมหานคร สุ่มเลือกกลุ่มเปรียบเทียบ (ได้รับ การดูแลตามปกติ) และกลุ่มทดลอง (ได้รับโปรแกรม การสนับสนุนและให้ความรู้เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์) ประกอบด้วยการสอนให้ความรู้ การเยี่ยมบ้าน และ การโทรศัพท์ติดตามสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เก็บข้อมูลโดย ใช้แบบสอบถามความรู้และแบบสอบถามพฤติกรรม การดูแลตนเองที่พัฒนาโดยผู้วิจัย ผลการวิเคราะห์ ด้วยสถิติ Paired T-test พบว่า กลุ่มทดลองมีความรู้ และพฤติกรรมการดูแลตนเอง มากกว่าก่อนได้รับ โปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p< 0.001) พบว่า โปรแกรมการสนับสนุนและให้ความรู้สามารถพัฒนา ความรู้และส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วย ภาวะหัวใจล้มเหลวได้ จึงควรนำโปรแกรมดังกล่าวไป ใช้เป็นแนวทางในการดูแลผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว ในชุมชนเพื่อพัฒนาผลลัพธ์ทางสุขภาพต่อไป
ปัจจุบันจำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว มีจำนวนเพิ่มขึ้นทั่วโลก พบว่า ผู้สูงอายุดังกล่าวต้อง เผชิญกับปัญหาการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและ ภาวะแทรกซ้อนบ่อยครั้ง เนื่องจากมีความสามารถ ในการดูแลตนเองลดลง และขาดความรู้เรื่องโรคและ การดูแลตนเอง การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผล ของโปรแกรมการสนับสนุนและให้ความรู้ต่อความรู้ และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะ หัวใจล้มเหลวหลังจากจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล การวิจัยกึ่งทดลองแบบ 2 กลุ่ม วัดก่อนและหลัง ทำการศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่จำหน่ายออกจากโรงพยาบาลกลาง กรุงเทพมหานคร สุ่มเลือกกลุ่มเปรียบเทียบ (ได้รับ การดูแลตามปกติ) และกลุ่มทดลอง (ได้รับโปรแกรม การสนับสนุนและให้ความรู้เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์) ประกอบด้วยการสอนให้ความรู้ การเยี่ยมบ้าน และ การโทรศัพท์ติดตามสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เก็บข้อมูลโดย ใช้แบบสอบถามความรู้และแบบสอบถามพฤติกรรม การดูแลตนเองที่พัฒนาโดยผู้วิจัย ผลการวิเคราะห์ ด้วยสถิติ Paired T-test พบว่า กลุ่มทดลองมีความรู้ และพฤติกรรมการดูแลตนเอง มากกว่าก่อนได้รับ โปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p< 0.001) พบว่า โปรแกรมการสนับสนุนและให้ความรู้สามารถพัฒนา ความรู้และส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วย ภาวะหัวใจล้มเหลวได้ จึงควรนำโปรแกรมดังกล่าวไป ใช้เป็นแนวทางในการดูแลผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว ในชุมชนเพื่อพัฒนาผลลัพธ์ทางสุขภาพต่อไป