การพัฒนาแนวทางการดูแลทารกแรกเกิดที่มารดาติดเชื้อเอชไอวีในห้องคลอด
91
11
Issued Date
2564
Resource Type
Language
tha
Rights
มหาวิทยาลัยมหิดล
Rights Holder(s)
กองพัฒนาคุณภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล
Suggested Citation
ยิ่งขวัญ อยู่รัตน์, ปราณี ขำคมกุล, บุญยรัตน์ ปิ่นเวหา, ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน (2564). การพัฒนาแนวทางการดูแลทารกแรกเกิดที่มารดาติดเชื้อเอชไอวีในห้องคลอด. สืบค้นจาก: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/79472
Title
การพัฒนาแนวทางการดูแลทารกแรกเกิดที่มารดาติดเชื้อเอชไอวีในห้องคลอด
Other Contributor(s)
Abstract
ห้องคลอดให้การดูแลทารกที่เกิดจากมารดาติดเชื้อเอชไอวีตั้งแต่
แรกเริ่มโดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทีมกุมารแพทย์และทีมสูติแพทย์
โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือการลดการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก เนื่องจาก
โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นโรงเรียนแพทย์ทำให้มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนของ
แพทย์ประจำบ้านและมีพยาบาลจบใหม่เข้ามาปฏิบัติงาน และจากจำนวน
ผู้รับบริการในกลุ่มมารดาติดเชื้อเอชไอวีในห้องคลอดมีปริมาณไม่มากนักเฉลี่ย
ปีละ 10-15 ราย ทำให้ทีมผู้ดูแลไม่ได้มีความชำนาญมากในการให้การดูแล
และระบบการทำงานไม่ได้มีการเอื้ออำนวยมากทำให้เกิดเหตุการณ์และปัญหา
ที่พบได้แก่ มีรายงานการคำนวณยาต้านไวรัสให้ทารกแรกเกิดเกินจำนวน
(Over doses) เกิดขึ้นในห้องคลอดจำนวน 1 ครั้ง ระบบเดิมที่มีการใช้ HN
ของมารดาในการคีย์ยาต้านไวรัส Zidovudine (AZT syrup) มาเตรียมไว้
สำหรับให้ยาทารกแรกเกิดทันทีทำให้ไม่มีข้อมูลในระบบของโรงพยาบาล
เกี่ยวกับการได้รับยาครั้งแรกของทารก มีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้หากมี
การตรวจสอบภายหลัง มีการใช้ระบบการ Stock ยาต้านไวรัส Zidovudine
(AZT syrup) ซึ่งไม่เหมาะสมเนื่องจากอัตราการใช้น้อยทำให้ยาหมดอายุไป
ก่อน และเสี่ยงต่อการบริหารยาเองโดยไม่ผ่านเภสัชกร เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
ระบบโดยการรอให้ทารกเกิดมี HN และ AN แล้วจึงค่อยทำการเบิกยาโดยใช้
ใบยา COPY (เนื่องจากในห้องคลอดไม่มีระบบ IPD ของทารกแรกเกิดจึงไม่
สามารถทำการคีย์สั่งยาจากระบบได้) ที่ห้องยาชั้นใต้ดินอาคาร 4 ชั้น 1
บางครั้งยาขาดต้องไปติดต่อจากคลังยาอื่นทำให้ทารกได้รับยาต้านไวรัสช้า
เกินไป (มีการได้รับยาต้านไวรัสหลังเกิด 5 ชั่วโมงเนื่องจากห้องยาไม่ทราบว่า
จะมีการใช้ยาทำให้ไม่ได้มีการเตรียมยาไว้) สูตรยาต้านไวรัสที่มีการปรับปรุง
และเปลี่ยนแปลงไปตามข้อมูลเชิงประจักษ์ทำให้บางครั้งทารกได้รับยาไม่
ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง
จากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นทางห้องคลอด โรงพยาบาลรามาธิบดีจึง
ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงการดูแลทารกกลุ่มมารดาติดเชื้อเอชไอวีขึ้นเพื่อ
เป็นการวางแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องและเป็นมาตรฐาน ทารกได้รับยาด้าน
ไวรัสที่ครบถ้วน ถูกต้อง เพื่อลดการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก และเพื่อให้
เจ้าหน้าที่และทีมสุขภาพปลอดภัยไม่เกิดการติดเชื้อจากการทำงานเชื่อมโยง
สอดคล้องกับ 2P Safety ด้าน Patient Care Process, Infection Control
และ Medication Safety และเพื่อเตรียมขอรับการรับรองเฉพาะโรคด้านเอช
ไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน
ผลดำเนินโครงการ 4 ปีพบว่า เวลาเฉลี่ยที่ทารกได้รับยาต้านเอชไอวี
ภายหลังคลอดไม่เกิน 2 ชั่วโมงและอัตราการปฏิบัติตามแนวทางการดูแล
ทารกแรกเกิดมารดาติดเชื้อเอชไอวีในห้องคลอดเพิ่มขึ้นครบถ้วนคิดเป็น
100%
Description
ปัญญามหิดล คุณภาพคน คุณภาพงาน " Mahidol culture : M-A-H-I-D-O-L”. ณ อาคารมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา, นครปฐม. 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564. หน้า 93-94
