PT-Proceeding Document

Permanent URI for this collectionhttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/95

Browse

Recent Submissions

Now showing 1 - 20 of 78
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    ผลทันทีของการฝึกถ่ายน้ำหนักโดยใช้อุปกรณ์ฝึกการทรงตัวที่มีการป้อนข้อมูลแบบย้อนกลับในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
    (2564) ภาพวิจิตร เสียงเสนาะ; พรพิรณุ ฝึกศิลป์; นัฐพร อินทวชิรารัตน์; Phapvijid Seangsanor; Pornpiroon Phuegsilp; Nattapporn Intawachirarat; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองส่วนใหญ่มีความสามารถในการยืนทรง ตัวลดลง ทำให้มีความเสี่ยงที่จะล้มได้ง่ายการรักษาทางกายภาพบาบัดจะใช้ การฝึกการทรงตัวโดยให้ผู้ป่วยถ่ายน้ำหนักไปในทิศทางต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม นักกายภาพบำบัดอาจเลือกระดับความยากในการถ่ายน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะ ทำให้เกิดการพัฒนาความสามารถในการยืนทรงตัว การใช้อุปกรณ์ฝึกการทรง ตัวที่มีการป้อนข้อมูลแบบย้อนกลับที่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยถ่ายน้ำหนักไป ได้มากที่สุดโดยที่ไม่ล้ม น่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทรงตัวได้มากขึ้น การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลทันทีของฝึกการทรงตัวที่มีการป้อน ข้อมูลแบบย้อนกลับต่อความสามารถในการถ่ายน้ำหนัก มีผู้เข้าร่วมงานวิจัยนี้ จำนวน 4 คน ผู้ป่วยยืนบนอุปกรณ์ฝึกการทรงตัวที่วัดความสามารถในการถ่าย น้ำหนักไปในทิศทางต่าง ๆ ได้แก่ หน้า หลัง ซ้ายและขวา โดยใช้ข้อเท้า จำนวน 2 รอบ จากนั้นนำค่าที่ได้มาคำนวณหาพื้นที่ต่อมาให้ผู้ป่วยฝึกถ่าย น้ำหนัก โดยฝึกถ่ายน้ำหนัก 5 ครั้ง และมีเวลาพัก 1 นาทีระหว่างการฝึกแต่ละ ครั้ง ผู้วิจัยเก็บข้อมูลความสามารถในการถ่ายน้ำหนักก่อนและหลังการฝึก ผลการวิจัยพบว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมีความสามารถในการถ่าย น้ำหนักเพิ่มขึ้นทุกคน โดยคิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 97.5 (ต่ำสุดคิดเป็นร้อยละ 47.8 และสูงสุดคิดเป็นร้อยละ 143.2)
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    ผลการรักษาทางกายภาพบำบัดร่วมกับการกระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า
    (2564) ขนิษฐา จิตรอารี; ศุภลักษณ์ พรมศร; สุธางค์ ตัณทนาวิวัฒน์; สกาวรัตน์ เตชทวีทรัพย์; ภาพวิจิตร เสียงเสนาะ; สุธิดา สกุลกรุณา; อรรณพัฑฒ์ บุญจันทร์; จารุกูล ตรีไตรลักษณะ; Khanitha Jitaree; Supaluk Promsorn; Sutang Tantanavivat; Sakaowrat Techataweesub; Phapvijid Seangsanor; Sutida Mingsoongnern; Annapat Boonchan; Jarugool Tretriluxana; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    ในปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Transcranial magnetic stimulation (TMS) นำมาใช้ร่วมกับการรักษามาตรฐานเพื่อการ รักษาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากโรคหลอดเลือดสมอง จากการศึกษาที่ผ่าน มาพบว่า การใช้เครื่องกระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแบบความถี่ต่ำ ร่วมกับเทคนิคการรักษาทางกายภาพบำบัดแบบเฉพาะเจาะจงในผู้ป่วยโรค หลอดเลือดนั้น มีส่วนช่วยพัฒนาความสามารถในการใช้งานแขนด้านที่อ่อน แรงและช่วยให้ความสามารถคงค้างไว้ได้มากกว่าการฝึกทางกายภาพบำบัด เพียงอย่างเดียว7-9 ทางศูนย์กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิด ให้บริการคลินิกการรักษาทางกายภาพบำบัดร่วมกับการกระตุ้นสมองด้วย TMS มากกว่า 6 เดือน เพื่อศึกษาผลลัพธ์การให้บริการที่ผ่านมาส่งผลต่อการ ฟื้นฟูผู้ป่วยได้มากน้อยเพียงใดและนำไปสู่การปรับปรุงการดำเนินงานและการ ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของทางคลินิกในอนาคต โดยศึกษาผลการ ฟื้นฟูสมรรถภาพของการใช้งานรยางค์แขนของผู้ป่วยที่มารับบริการ ณ คลินิก การรักษาทางกายภาพบำบัดร่วมกับการกระตุ้นสมองด้วย TMS ศูนย์ กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    การพัฒนาชุดโปรแกรมการออกกำลังกายที่บ้านสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเรื้อรัง
    (2564) พรพิรุณ ฝึกศิลป์; สุธางค์ ตัณทนาวิวัฒน์; กาญจนา เนียมรุ่งเรือง; ภาพวิจิตร เสียงเสนาะ; Pornpiroon Phuegsilp; Sutang Tantanavivat; Kanjana Niemrungruang; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบาบัด. ศูนย์กายภาพบำบัด
    ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมีอัตราการฟื้นตัวที่ลดลงหลัง 6 เดือน และคงยังต้องการพัฒนาความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันเพื่อให้ กลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้ใกล้เคียงปกติที่สุด การให้โปรแกรมออกกำลังกาย กลับไปทำเองที่บ้านเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง พัฒนาระดับความสามารถทั้งการเดินและการทรงตัว ทั้งยังเป็นการช่วย ประหยัดค่าใช้จ่าย การวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาชุดท่าออกกำลังกายที่ บ้านสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเรื้อรัง ซึ่งประกอบท่าออกกำลัง กายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ ช่วยเพิ่มความมั่นคงของกระดูกสันหลังและเชิงกล้าม และกล้ามเนื้อขา 7 ท่า และท่าออกกำลังกายแบบจำเพาะเจาะจง ซึ่งเป็นการออกกำลังกายโดยการ ทำกิจกรรมที่ตรงกับเป้าหมายที่ต้องการฝึก 7 ท่า และมีการตรวจสอบความ เที่ยงตรงของเนื้อหา หาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับท่าออก กำลังกาย ในการส่งเสริมความสามารถในการเดินและการทรงตัว และมีความ ปลอดภัยที่จะนาไปใช้ออกกำลังกายที่บ้าน โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ใน การรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจำนวน 5 ท่าน ผลการศึกษาพบว่าท่า ออกกาลังกายเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและขา มีความสอดคล้องกับ จุดประสงค์ ท่าออกกำลังกายแบบจำเพาะเจาะจง มีการส่งเสริมความสามารถ ในการเดินและการทรงตัวทุกท่า อีกทั้งมีความปลอดภัยที่จะออกกำลังกาย ด้วยตนเอง 6 ท่า แต่ยังไม่ปลอดภัย 1 ท่า
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อระดับปริญญาโทหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากายภาพบำบัดคลินิก คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 4
    (2564) สุทธิวรรณ เหมือนโพธิ์; วนิดา แก้วชะอุ่ม; อารีรัตน์ งามขำ; Sutiwan Muenpo; Wanida Kaewchaaum; Areerat Ngamkhum; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อระดับปริญญาโท หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากายภาพบำบัดคลินิก คณะ กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 4 จำนวน 2 สถาบัน 46 คน การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผล ต่อการตัดสินใจศึกษาต่อระดับปริญญาโทหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต โดยใช้แบบสอบถามทางออนไลน์ ได้ผลการศึกษาดังนี้ ความต้องการศึกษาต่อระดับหลังปริญญาของผู้ตอบแบบสอบถาม มี ความไม่แน่ใจ ในการเข้าศึกษาต่อ มีแนวโน้มหรือต้องการที่จะตัดสินใจศึกษา ต่อระยะเวลามากกว่า 2 ปีหลังจบปริญญาตรี สาเหตุของการศึกษาต่อใน อนาคตคือการได้รับความรู้เพิ่มขึ้น การตัดสินใจศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้วย ตนเอง มีความสนใจเข้าศึกษาต่อหลักสูตรภาษาไทย โดยมุ่งเน้นทางด้านการ ฝึกปฏิบัติงานทางคลินิก เรียนวันเสาร์-วันอาทิตย์ (เวลา: 9.00-16.00 น.) มี ความสนใจเรียนแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นการเรียนสะสมในบางรายวิชาหรือบาง หัวข้อ ค่าธรรมเนียมตลอดหลักสูตรมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อ ต่ำกว่า 50,000 บาท
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    ผลกระทบของความปกติใหม่ (New Normal) จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)ที่มีต่อคุณภาพชีวิตนักศึกษาในหลักสูตรนานาชาติ คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล
    (2564) รุ่งทิพย์ พงษ์อัคคศิรา; เอกนรินทร์ โชคนาคะวโร; ภครตี ชัยวัฒน์; Rungtip Pongakasira; Akenarin Chocknakawaro; Pakaratee Chaiyawat; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของความปกติใหม่ ที่ มีต่อคุณภาพชีวิตนักศึกษาในหลักสูตรนานาชาติ คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต และหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต จำนวน 32 คน เก็บข้อมูลโดยใช้ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ประกอบด้วย สถิติเชิงพรรณนาและสถิติอนุมาน ทดสอบสมมุติฐานความแตกต่างและความสัมพันธ์ ผลการวิจัยพบว่า ความ คิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยภายในองค์กรในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ความ คิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยภายนอกในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และความ คิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ผลการวิเคราะห์ความ แตกต่าง พบว่า ปัจจัยภายนอกด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม สังคมและ เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ให้ระดับความคิดเห็นต่อคุณภาพชีวิตนักศึกษาโดย ภาพรวมแตกต่างกัน ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า ปัจจัยภายในองค์กร ด้านการเรียนการสอน ด้านอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมมีความสัมพันธ์กับ คุณภาพชีวิตนักศึกษาด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม ปัจจัยภายในองค์กรด้าน สังคม ด้านอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิต นักศึกษาด้านสังคม ปัจจัยภายนอกด้านสังคมและเศรษฐกิจ ด้านเทคโนโลยี มี ความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตนักศึกษาด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม และ ปัจจัยภายนอกด้านสังคมและเศรษฐกิจ มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิต นักศึกษาด้านสังคม
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    การศึกษาความพึงพอใจและองค์ประกอบสำคัญในการให้ทุนจากลูกค้าพันธกิจวิจัย
    (2561) วนิดา แก้วชะอุ่ม; จารุกูล ตรีไตรลักษณะ; Wanida Kaewchaaum; Jarugool Tretrluxana; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    เนื่องด้วยด้านวิจัยเป็นยุทธศาสตร์หลักของมหาวิทยาลัยมหิดลและ คณะกายภาพบำบัด ฝ่ายวิจัยเห็นถึงความสำคัญของความต่อเนื่องยั่งยืนของ งานวิจัย และการตอบโจทย์เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็น เลิศจึงต้องการประเมินความพึงพอใจและความผูกพันของลูกค้าฝ่ายวิจัย หนึ่ง ในนั้นคือแหล่งทุนวิจัยภายนอกซึ่งจะเป็นตัวกลางในการส่งมอบนวัตกรรมหรือ ชิ้นงานให้กับภาคเอกชนและหรือชุมชนหรือเป็นเจ้าของชิ้นงานผู้วิจัยจึงจัดทำ แบบสอบถามความพึงพอใจของแหล่งทุน (Funding Agency Satisfaction Survey) ซึ่งมีการนำแบบสอบถามความพึงพอใจของแหล่งทุนฉบับกลางของ มหาวิทยาลัยมหิดล ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มาปรับปรุงเพิ่มเติมข้อ คำถามที่เหมาะสม กับสภาพแวดล้อมของคณะกายภาพบำบัด โดยนำเข้าที่ ประชุมคณะกรรมการฝ่ายวิจัย เพื่อปรับปรุงข้อคำถาม ให้ข้อคำถามให้เป็นเชิง บวก ข้อคำถามไม่ชี้นำการตอบคำถามและไม่เปิดเผยข้อมูลของนักวิจัย ความพึงพอใจในภาพรวมของแหล่งทุนวิจัยภายนอกที่มีต่อนักวิจัยและ นโยบายของคณะกายภาพบำบัด อยู่ในระดับมาก แหล่งทุนวิจัยภายนอก เห็นสมควรสนับสนุนนักวิจัย/ทีมงานของคณะกายภาพบำบัด อยู่ในระดับมาก หน่วยงานมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยและหน่วยงานมี การบูรณาการการวิจัยกับการเรียนการสอนและการบริการวิชาการเพื่อความ ยั่งยืน อยู่ในระดับมาก
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    ผลการเปรียบเทียบทัศนคติของผู้เข้ารับบริการต่อการได้รับการรักษาโดยนักศึกษากายภาพบำบัดชั้นปีที่ 3 และชั้นปี 4 ในปีการศึกษา 2560
    (2561) ศิริวรรณ ยศสูงเนิน; ปทิตตา มีหนุน; พีร์มงคล วัฒนานนท์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลด้าน เพศ อายุ ระดับการศึกษา และสิทธิการรักษา กับทัศนคติของผู้เข้ารับบริการต่อการได้รับการรักษาโดยนักศึกษากายภาพบำบัดชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 4 โดยใช้แบบสอบถาม ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งสิ้น จำนวน 106 ชุด ผลของการหาความสัมพันธ์ของปัจจัยส่วนบุคคลกับทัศนคติของผู้เข้ารับบริการต่อการได้รับการรักษาโดยนักศึกษากายภาพบำบัดพบว่าไม่มีความสัมพันธ์กันผลการเปรียบเทียบข้อมูลด้านทัศนคติของผู้เข้ารับบริการต่อการได้รับการรักษาโดยนักศึกษากายภาพบำบัด พบว่าทัศนคติของผู้เข้ารับบริการเกี่ยวกับนักศึกษาในเรื่องด้านความสามารถในการอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับโรค อาการ และวิธีการรักษาทางกายภาพบำบัดจากการตรวจร่างกาย และ ความสามารถในการตรวจประเมินทั้งก่อนและหลังการรักษาอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อประเมินผลการรักษา ระหว่างนักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 4 มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ( p 0.003 ,=p 0.001) โดยนักศึกษาชั้นปีที่ 4 จะ ได้รับคะแนนด้านทัศนคติที่ดีมากกว่าชั้นปีที่ 3
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    ความสัมพันธ์ของท่าทางกระดูกสันหลังระดับคอ-อกและมุมการเคลื่อนไหวของคอในผู้ป่วยปวดคอ
    (2561) ลดาวรรณ เติมวรกุล; วรรณเพ็ญ จันทร์ศิรินุเคราะห์; เยาวภา ใจรักดี; ภิมุกข์ สิงห์พิทักษ์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของท่าทางของ กระดูกสันหลังระดับคอ-อกและมุมการเคลื่อนไหวของคอในผู้ป่วยปวดคอ งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาย้อนหลัง ข้อมูลที่ศึกษาได้จากแบบบันทึกการตรวจ ร่างกายบริเวณคอ ของศูนย์กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ในช่วง พ.ศ. 2557-2559 การตรวจร่างกายและบันทึกผลการตรวจร่างกายผู้ป่วยกระทำ โดยนักกายภาพบำบัด ข้อมูลที่วิเคราะห์ ได้แก่ ท่าทางของกระดูกสันหลัง ระดับคอ-อก (หมายถึง ท่าทางที่ศีรษะยื่นด้านหน้า กระดูกสันหลังระดับอกที่ โก่งกว่าปกติ และลักษณะไหล่ห่อ) และมุมการเคลื่อนไหวในทิศก้มคอ เงยคอ เอียงคอ และหมุนคอ ข้อมูลในการวิเคราะห์รวบรวมจากผู้ป่วยใหม่ที่ปวดคอ จำนวน 165 คน อายุ 19-66 ปี ผู้วิจัยนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ทางสถิติ โดยใช้การทดสอบไคสแควร์ ผลของงานวิจัยพบว่า ท่าทางที่ศีรษะยื่นด้านหน้า มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับกระดูกสันหลังระดับอกที่โก่งกว่า ปกติ (p=0.00) ลักษณะไหล่ห่อ (p=0.037) และมุมการเคลื่อนไหวของคอใน ทิศเงยคอ (p=0.042) ผลที่ได้จากงานวิจัยนี้สอดคล้องกับแนวคิดและงานวิจัย ก่อนหน้านี้
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    การพัฒนาการใช้แบบบันทึกการตรวจร่างกายทางกายภาพบำบัดทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    (2561) เดชวิน หลายศิริเรืองไร; นุชจรี ศิริ; ปรรณกร สังข์นาค; ภัทรจรี จันทร์ศิริ; ภิมุกข์ สิงห์พิทักษ์; ศิริวรรณ ยศสูงเนิน; ชมพูนุท สุวรรณศรี; วรรณเพ็ญ จันทร์ศิรินุเคราะห์; ประเสริฐ สกุลศรีประเสริฐ; พีร์มงคล วัฒนานนท์; มัณพนา วงศ์ศิรินวรัตน์; นพกฤษฎิ์ วัชรเลิศฐิติกุล; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    การให้บริการทางกายภาพบำบัดนั้น การตรวจประเมินร่างกายเป็น ขั้นตอนแรกและสำคัญที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง ดังนั้นแบบ บันทึกการตรวจร่างกายทางกายภาพบำบัดจึงได้รับการพัฒนาขึ้น ขั้นตอนเริ่มจากการทบทวนข้อมูลทางเวชสถิติ ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่ม แบบบันทึกได้ 5 แบบ คือ 1) คอ 2) ข้อไหล่ 3) หลังส่วนล่าง 4) ข้อสะโพกและ เชิงกราน 5) ข้อเข่า ทบทวนวรรณกรรมพัฒนาแบบบันทึก นำเสนอรูปแบบ การใช้ และนำมาใช้กับคนไข้ เพื่อเก็บข้อมูลและพัฒนาต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ได้ แบบบันทึกการตรวจร่างกายมีการปรับปรุงและพัฒนา มาหลายขั้นตอนซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานการบริการทางกายภาพบำบัดและ การใช้ได้จริง จนได้แบบบันทึกฉบับล่าสุดที่รอดำเนินการจดลิขสิทธิ์ และมีการ ใช้แบบบันทึกมากกว่าร้อยละ 70 ในปี 2559 และ 2560 เกิดงานวิจัย 4 เรื่อง และมีการจัดทำแนวทางการรักษาผู้ป่วยในโรคข้อเข่าเสื่อม แนวทางการพัฒนาต่อไป โดยการพัฒนาแบบบันทึกการตรวจ ร่างกายทางกายภาพบำบัดในสาขาอื่น ๆ และการต่อยอดเป็นงานวิจัย R2R ทางคลินิก ซึ่งสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นแนวทางการปฏิบัติงานที่ดีได้
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อระดับความพึงพอใจของผู้ป่วยที่มารับบริการ
    (2561) เบญจวรรณ แซ่เล้า; ขนิษฐา จิตรอารี; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    ปัจจุบันคลินิกกายภาพบำบัดได้เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก อ้างอิงจาก สภากายภาพบำบัดพบว่ามีอยู่ประมาณ 157 แห่งทั่วประเทศ ทำให้ผู้ป่วยมี ทางเลือกในการเข้ารับการรักษาทางกายภาพบำบัด ส่งผลให้เกิดการแข่งขันใน การให้บริการสูง ดังนั้นการวัดระดับความพึงพอใจ (Patient satisfaction) ของผู้รับบริการเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการพัฒนางานบริการ ศูนย์ กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมีการการสำรวจความพึงพอใจเพื่อค้นหาผลลัพธ์ ของงานบริการและต้องการให้เกิดการพัฒนางานบริการอย่างยั่งยืน แบบ ประเมินความพึงพอใจจึงมีความจำเป็นที่ต้องสะท้อนจุดแข็งและโอกาสพัฒนา ได้เป็นอย่างดี ผู้วิจัยจึงต้องการพัฒนาแบบประเมิน โดยการศึกษาหาปัจจัยที่มี ความสัมพันธ์ต่อความพึงพอใจของผู้รับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    การพัฒนาแบบสอบถามเพื่อประเมินทัศนคติของผู้เข้ารับบริการที่ได้รับการบริการโดยนักศึกษากายภาพบำบัด
    (2561) ปทิตตา มีหนุน; ศิริวรรณ ยศสูงเนิน; พีร์มงคล วัฒนานนท์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    การพัฒนาแบบสอบถามนี้ทำไปเพื่อตอบคำถามงานวิจัยที่ต้องการ ศึกษาทัศนคติของผู้เข้ารับบริการที่ได้รับการบริการโดยนักศึกษา กายภาพบำบัด โดยทำการปรับปรุงแบบสอบถามระหว่างเดือนเมษายน 2559 – มีนาคม 2561 รวมทั้งสิ้น 3 ชุด มีส่วนประกอบทั้งสิ้น 3 ส่วน คือ ข้อมูล ทั่วไปของผู้เข้ารับบริการ พฤติกรรมการรับรู้ และทัศนคติของผู้เข้ารับบริการที่ มีต่อนักศึกษา แบบสอบถามชุดแรกจะใช้การเก็บข้อมูลโดยการใช้ Likert scale (LS) ชนิด 5 scale ทดสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากความเห็นของนัก กายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์ในการควบคุมการฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษา ไม่ต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 10 ท่าน และทดสอบค่าความเชื่อมันของแบบสอบถาม ได้ 0.86 แบบสอบถามชุดที่สองพัฒนาขึ้นโดยการปรับการเก็บข้อมูลที่เป็น LS ชนิด 5 scale มาเป็นแบบ 2 scale เพื่อลดความสับสน ตัดข้อคำถามที่ไม่ เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของการศึกษาออก แบบสอบถามชุดที่สาม มีการ ปรับปรุงการเก็บข้อมูลจาก LS มาเป็นแบบ Visual analog scale เพื่อให้ สามารถทราบแนวโน้มของข้อมูลได้ มีการปรับเปลี่ยนข้อคำถามให้สอดคล้อง กับมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาของนักศึกษากายภาพบำบัด
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    การศึกษาบุคลิกภาพต่อคุณลักษณะงานและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของบุคลากร คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล
    (2561) เอกนรินทร์ โชคนาคะวโร; นพรัตน์ นาคไร่ขิง; ศุภลักษณ์ เข็มทอง; Akenarin Chocknakawaro; Noparat Nakraikhing; Supalak Khemthong; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    การวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบของบุคลิกภาพต่อคุณลักษณะงานและประสิทธิผลของบุคลากรคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล วิธีดำเนินการวิจัย ประกอบด้วยการใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลจากสายวิชาการ สายสนับสนุนวิชาการ และสายวิชาชีพ จำนวน 148 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และความสัมพันธ์ ของตัวแปรโดยใช้ค่าสหสัมพันธ์ของ Spearman Rank Correlation กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการวิจัย พบว่า บุคลิกภาพของบุคลากรคณะกายภาพบำบัด ส่วนใหญ่เป็นบุคลิกภาพแบบครุ่นคิดและตัดสินตามกฏเกณฑ์มากกว่าแบบกล้าคิดกล้าทำอย่างยืดหยุ่น แต่มีความต้องการทำงานที่ใช้ทักษะหลากหลาย และมีโอกาสได้ตัดสินใจวางแผนการทำงานด้วยตนเอง แม้ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกภาพกับประสิทธิผลการปฏิบัติงาน แต่พบความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างบุคลิกภาพองค์กรกับความต้องการด้านความชัดเจนของงาน ขณะที่คุณลักษณะงานที่ต้องการก็มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิผลที่มี ความเครียดและตั้งใจจะลาออก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ได้แก่ องค์กรควรเพิ่มโอกาสให้บุคลากรได้รับผิดชอบงานที่มีการพัฒนาบุคลิกภาพแบบกล้าคิดกล้าทำอย่างยืดหยุ่น เพื่อสร้างชุมชนนักปฏิบัติเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ การได้รับข้อมูลสะท้อนกลับเชิงบวกเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การพัฒนาศักยภาพ แห่งตนให้เป็นคนที่มีคุณภาพชีวิต ตลอดจนส่งเสริมการสื่อสารสร้างสรรค์ เพื่อปรับเปลี่ยนความคิดเชิงบวกและสร้างการแก้ปัญหาด้วยความมั่นคงทางอารมณ์
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    จัดการ ร่วมมือ ห้องออกกำลังกายไร้กฏ
    (2561) นพรัตน์ ฉันสำราญ; สุรสิทธิ์ อัศวทวีโชค; อวิรุทธ์ ปิ่นแก้ว; วรรธนะ ชลายนเดชะ; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    โครงการนี้เกิดจากการร้องเรียนเรื่องความสะอาดของห้องออกกำลังกาย ผู้ใช้บริการไม่ได้ดูแลการใช้ห้องเท่าที่ควร ไม่มีอุปกรณ์ในการทำความสะอาด รวมถึงการดูแลทำความสะอาดของเจ้าหน้าที่ทำได้ไม่ทั่วถึง เนื่องจากกำลังคนไม่เพียงพอและมีการใช้บริการทุกวัน การให้ผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการทำความสะอาด การดูแลอุปกรณ์ ทำให้ผู้ใช้บริการมีความรู้สึกเป็นเจ้าของห้อง ช่วยกันดูแลห้องให้สะอาดและพร้อมใช้อยู่เสมอคณะทำงานจึงได้มีการจัดการดูแลห้อง โดยใช้หลักการความร่วมมือจากผู้ใช้บริการในการดูแลพื้นที่ออกกำลังกายร่วมกัน โดยใช้โปรแกรม line เพื่อการสื่อสารในกลุ่มผู้ใช้บริการ ทำให้รวบรวมการทำกิจกรรมร่วมกันได้ง่ายขึ้น และใช้ google form ในการเก็บสถิติผู้ใช้บริการ เพื่อลดความสิ้นเปลืองกระดาษและเวลาในการรวบรวมข้อมูล
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผลการสอบผ่านใบประกอบโรคศิลปะและข้อสอบภาคบังคับในปีการศึกษา 2554 - 2558
    (2561) ณัฐฐรีย์ พงษ์สุรีญ์; จินตนา กัลยาลัง; ชลิดา ภัทรจิรพรรณ; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของผลการสอบผ่านใบประกอบโรคศิลปะกับข้อสอบภาคบังคับปีการศึกษา 2554-2558 วิธีดำเนินการวิจัยประกอบด้วยการเก็บรวบรวมผลการศึกษาผลการสอบผ่านใบประกอบโรคศิลปะครั้งที่ 1 ของบัณฑิตกิจกรรมบำบัดแต่ละรุ่น และผลการสอบผ่านภาคบังคับ หลังการฝึกปฏิบัติงานทางคลินิกครั้งสุดท้าย (รายวิชา กภกก 472 จำนวน 270 ชั่วโมง 15 สัปดาห์) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณาสถิติ One-sample Kolmogorov-Smirnov Test สถิติ Paired Samples Test และ สถิติ Crosstab Chi-Square Tests รวมทั้งการวิเคราะห์ชุดข้อสอบโดยใช้โปรแกรมระบบตรวจและวิเคราะห์คำตอบแบบปรนัย (Multiple Choice Test Analyzer MCTA V4.5 .2) ผลการวิจัย พบว่านักศึกษากิจกรรมบำบัดมีคะแนนการสอบผ่านภาคบังคับครั้งที่ 2 เพิ่มขึ้น หลังการฝึกปฏิบัติงานทางคลินิกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ( p<0.05) ในปีการศึกษา 2554, 2556 และ 2557 นอกจากนี้ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่สอบผ่านภาคบังคับ ครั้งที่ 2 และ ผู้ที่สอบผ่านใบประกอบโรคศิลปะ ครั้งที่ 1 พบว่า ข้อมูลมีความสัมพันธ์อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ในปีการศึกษา 2554 และ 2555 ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ได้แก่ นักศึกษากิจกรรมบำบัดที่สอบผ่านภาคบังคับครั้งที่ 2 ด้วยชุดข้อสอบที่ดีในปีการศึกษา 2554 และ 2555 มีความสามารถในการสอบผ่านใบประกอบโรคศิลปะครั้งที่ 1 ในขณะที่ปีการศึกษา 2557 และ 2558 แม้ว่านักศึกษากิจกรรมบำบัดที่สอบได้คะแนนน้อยในภาคบังคับครั้งที่ 2 เมื่อเทียบเคียงกับปีการศึกษาอื่น แต่มีความสามารถในการสอบผ่านใบประกอบโรคศิลปะครั้งที่ 1 ส่วนในปีการศึกษา 2556 นักศึกษาสามารถสอบผ่านใบประกอบโรคศิลปะครั้งที่ 1 ได้ 100% จึงไม่มีความจำเป็นในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ทางสถิติ อย่างไรก็ตามผู้วิจัยจำเป็นต้องนำข้อมูลการวิเคราะห์ชุดข้อสอบมาพัฒนาระบบการปรับปรุงข้อสอบภาคบังคับให้มีค่าความเชื่อมั่นที่สูงขึ้นในปีการศึกษาต่อไป
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    ความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนการฝึกปฏิบัติงานทางคลินิกกับคะแนนวิชาเรียนของนักศึกษา คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล
    (2561) กชพัช เขียวเม่น; ไพโรจน์ สุรประภาพิชย์; ศศิธร คงอ้วน; นิสาศรี เสริมพล; Kotchapatch Keawmen; Pairoj Suraprapapich; Sasithorn Kongoun; Nisasri Sermpon; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    การเรียนการสอนภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ มีความสำคัญต่อการพัฒนานักศึกษากายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผลสัมฤทธิ์ของคะแนนฝึกปฏิบัติงานทางคลินิกและผลสัมฤทธิ์ของการเรียนกายภาพบำบัดในระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ กายภาพบำบัดในระบบประสาท กายภาพบำบัดในระบบการหายใจ หัวใจ และการไหลเวียนโลหิต และกายภาพบำบัดในเด็ก ประชากรตัวอย่างเป็นนักศึกษาสาขากายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชากายภาพบำบัดในระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ กายภาพบำบัดในระบบประสาทกายภาพบำบัดในระบบการหายใจ หัวใจและการไหลเวียนโลหิตกายภาพบำบัดในเด็ก และวิชาการฝึกปฏิบัติงานทางคลินิก ในปีการศึกษา 2557-2559จำนวน 221 คน โดยวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปใช้สถิติบรรยาย และใช้สถิติหาค่าความสัมพันธ์ (Correlation statistic) ระหว่างวิชาฝึกปฏิบัติงานทางคลินิกกับ 4 วิชาเรียนหลักของภาคทฤษฎี ผลการศึกษาพบค่าความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างวิชาฝึกปฏิบัติงานทางคลินิกกับวิชากายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบประสาท ระบบการหายใจ หัวใจ และการไหลเวียนโลหิต แต่ไม่พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับวิชากายภาพบำบัดในเด็ก การศึกษานี้อาจนำไปสู่การวิเคราะห์ และปรับปรุงการเรียนการสอนต่อไป
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    โปรแกรมจัดการตารางเรียนตารางสอน คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล
    (2561) ธีรพัฒน์ กันสดับ; ขจรยศ อนุรักษ์ธรรม; Teerapat Kansdub; Khajornyod Anuraktam; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    เนื่องจากการจัดการตารางเรียนตารางสอนนั้นมีความยุ่งยาก ในการตรวจสอบตารางสอนของผู้สอนที่ทับซ้อนกัน ตารางการเรียนที่ทับซ้อนกัน ตลอดจนตารางการใช้ห้องในเวลาเดียวกัน และฝ่ายต่าง ๆควรที่จะสามารถนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์เช่น งานฝ่ายทรัพยากรบุคคล สามารถนำข้อมูลชั่วโมงการสอนมาคำนวณหาภาระงานสอนของอาจารย์ได้ งานอาคารสถานที่ สามารถคำนวณค่าเสื่อมของอุปกรณ์ในห้องงานโสตทัศนูปกรณ์ สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการจัดเตรียมสถานที่ให้พร้อมต่อการใช้งาน เป็นต้น ในการนี้ผู้จัดทำได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ศึกษากระบวนการทำงานเดิมของผู้ใช้ และวิเคราะห์ถึงแนวทางการพัฒนางานให้มีความสะดวก รวดเร็ว และเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้นภายใต้หลักการ Systems Development Life Cycle (SDLC) เมื่อนำระบบไปใช้ ผู้พัฒนายังได้มีการจัดทำแบบประเมิน โดยได้รับการประเมินจากผู้ใช้งานจริงผลโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ พึงพอใจมากถึงมากที่สุด และยังมีข้อเสนอแนะจากผู้ใช้ โดยผู้พัฒนาจะนำไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ระบบมีความครอบคลุม และสะดวกสบายต่อผู้ใช้มากที่สุด
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    การสำรวจบุคลิกภาพต่อกิจกรรมเสริมหลักสูตรของนักศึกษาคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล
    (2561) ชัยพร รองทอง; ศุภลักษณ์ เข็มทอง; วรรณเพ็ญ จันทร์ศิรินุเคราะห์; เวทสินี แก้วขันตี; ศศิธร แสงเรืองรอบ; Caiyaporn Rongthong; Supalak Khemthong; Wunpen Chansirinukor; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความถนัดและบุคลิกภาพของนักศึกษาคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ชั้นปีที่ 1-4 ในปีการศึกษา 2560 จำแนกกลุ่มความถนัดและบุคลิกภาพของนักศึกษาให้สอดคล้องกับกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์ นักศึกษาคณะกายภาพบำบัดทั้งหมดจำนวน 383 คน ประกอบด้วยนักศึกษากายภาพบำบัด 272 คน และนักศึกษากิจกรรมบำบัด 111 คน ตอบแบบประเมินบุคลิกภาพ Myers–Briggs Type Indicator (MBTI) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ และจำนวนนักศึกษาที่แยกตามความถนัด 4 ด้าน บุคลิกภาพย่อย 8 รูปแบบผลที่ได้พบว่านักศึกษาคณะกายภาพบำบัดมีความถนัดและบุคลิกภาพ 3 อันดับแรก ได้แก่ INFP (15.14%) อันดับสอง ISFJ (13.84%) และอันดับสาม ISFP (13.32%) เมื่อวิเคราะห์แยกตามหลักสูตรพบว่านักศึกษากายภาพบำบัด มีความถนัดและบุคลิกภาพ 3 อันดับแรก ได้แก่ ISFJ (16.91%) อันดับสอง INFP (12.87%) และอันดับสาม ISFP (11.03%) ขณะที่นักศึกษากิจกรรมบำบัดมีความถนัดและบุคลิกภาพ 3 อันดับแรก ได้แก่ INFP (20.72%) อันดับสอง ISFP (18.92%) และอันดับสาม ENFP (13.51%) นักศึกษาคณะกายภาพบำบัดมีคุณลักษณะคิดใคร่ครวญอยู่กับตัวเองสูง (Introversion 69%) สืบค้นข้อเท็จจริง (Sensing 57%) ใช้ความรู้สึกตัดสินใจ (Feeling 73%) และมีความคิดยืดหยุ่น (Perceiving 55%)
  • Thumbnail Image
    ItemOpen Access
    การพัฒนาระบบ E-learning เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ (Outcome Base Education)
    (2561) อวิรุทธ์ ปิ่นแก้ว; ขจรยศ อนุรักษ์ธรรม; วรรธนะ ชลายนเดชะ; Aviruth Pinkaew; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
    เนื่องด้วยทุกวันนี้ โลกมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี เป็นอย่างมาก และการเรียนการสอนมุ่งเน้น ผลลัพธ์การเรียนรู้ (Outcome Base Education) โดยมีนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง และมีอาจารย์เป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ ผู้จัดทำจึงได้เล็งเห็นโอกาสในส่วนนี้พัฒนาระบบ Elearning (Moodle) เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนขึ้น ตอบสนองการศึกษาอย่างไม่มีขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเอกสารประกอบการเรียน ไฟล์วิดีโอ หรือสื่อ Interactive ต่าง ๆ ก็สามารถนำมาใช้ร่วมกับระบบ E-learning ได้ ทำให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงบทเรียนได้ง่าย อีกทั้งยังมีช่องทางสร้างปฏิสัมพันธ์ ระหว่างผู้สอนและผู้เรียน เช่น ระบบการทำแบบทดสอบ และระบบถาม-ตอบ เป็นต้น โดยระบบ E-learning ปฏิบัติงานบนพื้นฐาน Website ส่งผลให้ทั้งผู้สอน และผู้เรียนสามารถเข้าถึงสื่อความรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลาที่ต้องการ และยังเชื่อมโยงไปสู่ Social Media ได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย ส่งผลให้ผู้ใช้งานมีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ระบบยังมีส่วนที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกสบายสูงสุด
  • Item
    Routine to research ในผู้สูงอายุ
    (2552) อัครินทร์ นิมมานนิตย์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด
  • Item
    กายภาพบำบัดกับการพัฒนาศักยภาพมนุษย์
    (2549) นริศ เจริญพร; กฤษณา พิชิตพร; กันยา ปาละวิวัธน์; สุมนา ตัณฑเศรษฐี; บูรยา พัฒนจินดากุล; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะกายภาพบำบัด